บุรีรัมย์-พบศพหนุ่มรับเหมาจุดเตารมควันดับคารถเมียทำใจไม่ได้

49

บุรีรัมย์พบศพหนุ่มรับเหมาจุดเตารมควันดับคารถเมียทำใจไม่ได้กระโดดปั้มหัวใจทั้งน้ำตาหวังยื้อชีวิตสามี
พบศพหนุ่มรับเหมาวัย 47 ชาวจ.บุรีรัมย์ จุดเตาถ่านรมควันดับคารถกระบะ ใกล้กับสำนักงานเทศบาลอิสาณ เมียทำใจไม่ได้กระโดดขึ้นไปปั้มหัวใจร่างไร้วิญญาณของสามีทั้งน้ำตาหวังยื้อชีวิตแต่ไม่เป็นผล ญาติเผยผู้ตายพึ่งกลับจากเคลียร์งานรับเหมาที่ขอนแก่นตอนเช้ามืด ไม่รู้สาเหตุคิดสั้น คาดเครียดเรื่องส่วนตัวหรือปัญหาหนี้สิน

วันที่ 24 ต.ค.62 พ.ต.ต.อลงกรณ์ ภูขะมา สารวัตรเวรฯ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งพบศพคนนอนเสียชีวิตภายในรถยนต์ ใกล้กับทุ่งนาบ้านไผ่น้อย ม.12 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งห่างจากที่ทำการเทศบาลตำบลอิสาณประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน ร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพนายศักดา สามขา หรือหน่อง อายุ 47 ปี ซึ่งมีอาชีพรับเหมางานก่อสร้าง ในสภาพเอนเบาะนอนเสียชีวิตอยู่ฝั่งที่นั่งคนขับ ภายในรถกระบะแคปสีฟ้า ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน บต-8846 บุรีรัมย์ โดยผู้ตายสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว บริเวณที่วางเท้าฝั่งข้างซ้ายพบเตาอั้งโล่ หรือเตาถ่าน ซึ่งมีรอยจุดไฟที่ดับแล้วและยังมีเถ้าถ่านเหลืออยู่เล็กน้อย โดยรถยังคงติดเครื่องและเปิดแอร์ทิ้งไว้ ทั้งนี้ยังพบเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ถูกวางบนเบาะข้างคนขับด้วย ซึ่งจากตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตามขณะที่รอแพทย์เวรมาตรวจชันสูตรศพ นางสุภาพร เขียวรัมย์ อายุ 45 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาดูศพก็ร่ำไห้ด้วยความเสียใจและทำใจไม่ได้ที่สามีเสียชีวิต ก็ได้กระโดดขึ้นไปปั้มหัวใจบนร่างไร้วิญญาณของสามีทั้งน้ำตา เพื่อหวังจะยื้อชีวิตสามี ทั้งได้พรึมพรำด้วยน้ำเสียสั่นเครือตลอดเวลาว่า ทำไมถึงทำแบบนี้มีปัญหาอะไรทำไมไม่บอก ที่ผ่านมามีอะไรก็ช่วยกันแก้ปัญหามาตลอด ซึ่งก็สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติและชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างมาก ต่างช่วยกันปลอบใจและให้กำลังใจนางสุภาพร และได้ช่วยกันพาออกจากรถ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน

จากการสอบถามนายชัยวัฒน์ เขียมศิริรัตน์ ผญบ.ม.9 ต.อิสาณ เล่าว่า ช่วงเช้าตนเองได้ออกมาดูนาข้าวซึ่งอยู่ใกล้กับที่นาของผู้เสียชีวิตซึ่งมีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ก็เห็นรถของผู้ตายจอดติดเครื่องไว้ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะก็จะเห็นผู้ตายแวะมาดูที่นาอยู่บ่อยๆ กระทั่งนายบุญทัน ยิ้มมะเริง อายุ 50 ปี ชาวบ้านที่เป็นคนช่วยดูแลที่นาให้กับผู้ตายบอกว่า ให้ช่วยไปดูหน่อยเพราะเคาะกระจกหลายครั้งแต่ไม่เห็นเปิดประตูหรือมีเสียงตอบรับ จากนั้นตนจึงได้เดินไปเคาะกระจกอีกรอบ แต่ผู้ตายซึ่งล็อกประตูไว้ก็ไม่ยอมเปิดประตู จึงส่องดูที่กระจกใกล้ๆ ก็เห็นนอนอยู่บนเบาะไม่กระดุกกระดิก เกรงจะเกิดอันตรายจึงได้ไปตามญาติให้นำกุญแจสำรองมาเปิดประตู ทั้งได้แจ้งหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยดูด้วย เมื่อเปิดประตูก็พบนายศักดา นอนตัวแข็งไม่หายใจอยู่บนเบาะคนขับแล้ว และบริเวณที่วางเท้าก็พบเตาอั้งโล่ซึ่งมีร่องรอยจุดไฟแล้ววางอยู่ด้วย จึงคาดว่าอาจจะเปิดการฆ่าตัวตาย จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ขณะที่พี่สาวของผู้ตาย เล่าว่า น้องชายพึ่งกลับจากไปเคลียร์งานรับเหมาที่ จ.ขอนแก่น มาถึงตอนเช้ามืดแล้วก็ขับรถออกไป กระทั่งมีคนบอกว่าพบศพน้องเสียชีวิตภายในรถ จึงคาดว่าน้องอาจจะฆ่าตัวตาย ส่วนจะเครียดเรื่องปัญหาอะไรนั้นตนเองก็ไม่ทราบ เพราะน้องชายไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง แต่ก็สันนิษฐานว่าน้องอาจจะเครียดเรื่องส่วนตัว สุขภาพ หรือปัญหาหนี้สินจากงานที่ทำอยู่ก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้หน่วยกู้ภัยนำศพผู้ตายไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาติกกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

/////////////// สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์