ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ แจ้ง 3 ข้อหา พ่อค้าขายลาบเลือดร้อน ชักปืนกราดยิง 4 นัด เหตุแค่รำคาญควันไก่ย่างร้านใกล้กัน พร้อมจัดกำลังตำรวจตรวจตราดูแลความปลอดภัยร้านค้าบริเวณจุดเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุยันแค่ยิงขู่ขึ้นฟ้าไม่ได้เจาะจงยิงใคร ขณะแม่ค้ายังผวากลัวหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำ
วันที่ 28 สิงหาคม 2562 ความคืบหน้ากรณีนายฤทธิ์ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุประมาณ 40 ปี พ่อค้าขายลาบรถเข็น ใช้อาวุธปืนกราดยิงหน้าร้านขายไก่ย่าง และร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ขายอยู่บริเวณข้างปั้ม ปตท.บ้านยาง ริมถนนสาย บุรีรัมย์-สตึก ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าต่างวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง โดยสาเหตุเกิดจากพ่อค้าร้านลาบรำคาญควันไก่ย่างแม่ค้าที่ขายอยู่ติดกัน

ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุว่า คดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาพ่อค้าขายลาบคนก่อเหตุไปแล้ว 3 ข้อหา คือ “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร , และยิงปืนในที่สาธารณะ” และเบื้องต้นได้ปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาการบาดเจ็บ จากการถูกรุมทำร้ายร่างกายขณะเกิดเหตุชุลมุน ซึ่งญาติได้นำตัวกลับไปรักษาที่ จ.อุบลราชธานี และไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน ส่วนจะเข่าข่ายข้อหาอื่นหรือไม่ ก็ต้องสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ประกอบกับขณะนี้ยังไม่มีพ่อค้าแม่ค้า หรือผู้เสียหายรายใด เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ แต่เป็นการจับกุมตามพฤติการณ์การก่อเหตุ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจากการตรวจสอบเป็นปืนขนาด 9 ม.ม. ซึ่งมีการจดทะเบียนถูกต้อง หลังก่อเหตุพนักงานสอบสวนก็ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ก่อเหตุ ก็ให้ข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะวิ่งไปเอาปืนที่รถออกมายิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่คนที่นั่งกินเหล้าแล้วมีปากเสียงกัน ไม่ได้เจาะจงจะยิงใคร จากนั้นลูกสาวผู้ก่อเหตุก็มาแย่งปืนจากมือไป แล้วผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จึงวิ่งเข้าไปทำร้ายผู้ก่อเหตุจนได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก และมีรอยหกช้ำตามร่างกาย

ส่วนชนวนเหตุจะเกิดจากที่ไม่พอใจเรื่องควันแม่ค้าขายไก่ย่างหรือไม่ ก็ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมเช่นกัน อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของพ่อค้าแม่ค้า ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยตรวจตราดูแลความปลอดภัยในเบื้องต้นแล้ว

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยังพบว่า นางติ๋ว เย็นดีรัมย์ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายไก่ย่างยังคงมาขายตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่ากลัวแต่จำเป็นต้องมาขาย เพราะต้องทำมาหากินหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยดูตรวจตราดูแล แต่ก็ยังรู้สึกกังวลเพราะไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุจะหวนกลับมาอีกหรือไม่ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้อยากจะมีเรื่องมีราวเพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้ไปตอบโต้อะไร และพยายามแก้ไขเรื่องควันโดยการนำพัดลมดูดมาดูควันแล้ว แต่บางช่วงที่มีลมก็อาจจะมีควันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้ต้องการแค่ความปลอดภัยในชีวิตเท่านั้น ไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราวให้เป็นปัญหาบานปลายเพราะตนต้องทำมาหากินทุกวัน

ส่วนร้านขายลาบที่ก่อเหตุ หลังจากวันที่เกิดเรื่องก็ไม่ได้มาเปิดขายอีก และทราบว่าได้ขนข้าวของกลับภูมิลำเนาที่ จ.อุบลราชธานี ไปแล้ว

///////////////////สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น