ตำรวจภาค3  เรียกประชุมด่วนกลางดึก  ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในสังกัด ภ.จว.ศรีสะเกษ ทั้ง 33 แห่ง สั่งวางมาตรการเข้ม ปราบเด็กแว้น แต่งรถซิ่ง เน้นใช้กล้องถ่ายภาพ เกาะรอยติดตามจับ แทนการเล่นตำรวจจับโจร ขับรถไล่กวดจับ หรือการตั้งด่าน อาจทำให้เด็กคะนอง ลองของ และอาจเกิดอุบัติเหตุทั้งเด็กที่โดนไล่ และตำรวจที่ไล่จับ

วันที่ 20 สิงหาคม 2562 กลางดึกเมื่อคืนนี้ ที่ ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจโท พลูทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางมาร่วมประชุมด่วน จากกรณีที่มีชาวบ้านถ่ายคลิป พร้อมส่งร้องเรียนไปยังสถานีโทรทัศน์ และออกข่าวออนไลน์ ที่มีเด็กแว้น ซิ่งแข่งรถกันบ่อยๆ บนถนนที่กำลังมีการก่อสร้างขยายเส้นเป็น 4 ช่องจราจร  สายศรีสะเกษ – กันทรลักษ์ ช่วงหน้าโรงเรียนโพนข่า บ้านกุดโง้ง ในช่วงดึก แถมมีการส่งเสียงดังของท่อไอเสีย คึกคะนองถึงขนาดมีการยิงปืนขึ้นฟ้า ไล่ชกต่อยทะเลาะวิวาทกัน ชาวบ้านโทรศัพท์เจ้าไปแจ้ง 191 เจ้าหน้าที่ก็ออกมาล่าช้ามาก และสำคัญเกิดขึ้นเป็นประจำ จนชาวบ้านหวาดผวา ไม่เป็นอันหลับอันนอน สุดท้ายชาวบ้านทนไม่ได้ แอบถ่ายคลิป ส่งไปตามเฟสบุคของช่องข่าว ทำให้ผู้บัญชาการภาค 3 พบเห็นข่าว จึงได้เดินทางมานัดประชุมด่วน กลางดึกเมื่อคืนนี้ (19 สค.2562 ) 

พลตำรวจโท พลูทรัพย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3  เปิดเผยว่า. จากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่สร้างความเดือนร้อนให้ชาวบ้าน พวกเราในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ต้องคอยป้องกัน ปราบปราม พร้อมกับต้องมีการปรับเปลี่ยนกรรทำงานให้ทันสมัย ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของเด็กในยุคใหม่ วันนี้ต้องเน้นในการติดตั้งกล้องภาพที่มีคุณภาพชัดๆ ถึงการกระทำผิด จากนั้นนำภาพมาแกะรอยติดตาม ขอหมายเข้าไปจับกุม แจ้งผู้ปกครองในข้อกฎหมายฐานความผิด ที่ผู้ปกครอง ต้องคอยดูแล พฤติกรรมของเด็กไม่ให้กระทำผิดกฏหมายเพราะหากกระทำผิดกฎหมาย ผู้ปกครองจะต้องมีส่วนได้รับโทษตามกฏหมายด้วย พร้อมกับการติดตาม Facebook ที่จะมีการนัดหมายจัดแข่งรถหรือนัดหมายไปซิ่งรถส่งเสียงดังรวมทั้งการก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยยิงปืนไล่ทำร้ายกันด้วย

พลตำรวจโท พลูทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่าอีกว่า เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมากจากว่ามีข่าวของสถานีช่องหนึ่ง ลงในเรื่องของการแข่งรถในทางพื้นที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ทางผู้บังคับบัญชาเกิดความไม่สบายใจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ดำเนินการตามนโยบายที่มอบให้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าในวัน เวลาดังกล่าว ทางกองกำกับสืบสวนทาง สภ. เมืองศรีสะเกษ ได้มีการระดมกำลังไล่จับกลุ่มเด็กแข่งรถซิ่งอยู่ แต่ปรากฎว่าในขณะที่เข้าไล่จับกุมนั้น ไม่มีภาพข่าว และข่าวที่ออกไปเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทำงานเลย อาจจะเป็นความเข้าใจผิดในเนื้อหาข่าว ซึ่งก็อยากจะชี้แจงให้เข้าใจ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงาน และจับกุมผู้ต้องหา แต่อย่างไรก็ตาม มาวันนี้ก็จะมาเพิ่มความเข้มให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้มากขึ้น แล้วใช้วิธีการสืบสวน เก็บข้อมูล แล้วก็ติดตามข้อมูลในภายหลัง เพื่อที่จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับผู้กระทำความผิดไม่ต้องมาปะทะกันมาก เพราะการจับกุมการแข่งรถในทางไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งเจ้าหน้าที่ไปจับไปไล่ ยิ่งเป็นที่สนุกสนานของผู้กระทำความผิด ตอนนี้ก็เลยกำชับในเรื่องของการเก็บข้อมูล โดยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย และรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วหมายจับดำเนินคดีในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการตรวจตรา ตั้งด่านประกอบไปด้วย ในส่วนของผู้ปกครองก็ต้องมาดำเนินการไปตาม พรบ.คุ้มครองเด็กที่จะต้องมาร่วมรับรู้ รับทราบ รับผิดชอบในการกระทำของบุตรหลานด้วย อันนี้ประชาชนต้องเข้าใจและช่วยกันดูแล

แสดงความคิดเห็น