คนร้ายทำทีเป็นมาเร่ขายนาฬิกาหาเงินกลับบ้าน สบโอกาสบุกเข้าไปในห้องเช่า ฉกกระเป๋าเงินของคนขายล็อตเตอร์รี่ ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ในกระเป๋ามีเงินสด 1 แสนเศษ พร้อมบัตร ATM

วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.20 น. ศูนย์วิทยุโพธิ์ทอง 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ รับแจ้งมีคนร้ายฉกกระเป๋าที่มีเงินสดกว่าแสนบาทไปจากห้องนอน จึงแจ้งให้ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ รุดเข้าไปตรวจสอบทันที พบนาง ไสว กองแก้ว พบว่าข้อมูลเป็นจริงจึงได้แจ้ง ร้อยตำรวจเอก ประดิษฐ์ อบอุ่น ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เดินทางมาสอบสวนยังห้องเช่า เลขที่ 367/33 ห้องที่ 1 ซอยมารีหนองแคน หลังสถานีขนส่ง บขส.ศรีสะเกษ ทราบเบื้องต้นว่าคนร้าย ทำเป็นมาเร่ขายนาฬิกาข้อมือ ในราคาเรือนละ 150.-บาท ห้องข้างเคียงไม่มีเงินที่จะซื้อ คนร้ายดังกล่าวเลยเดินตามห้องเช่ามาเรื่อยๆ สบโอกาสเห็นห้องเช้าห้องที่1 เปิดประตูทิ้งค้างไว้ จึงถือโอกาสเดินเข้าไปในห้อง และไม่พบใคร จึงได้ฉกเอากระเป๋าสะพานใบเล็ก ที่วางอยู่บนที่นอน แล้ววิ่งออกไปขับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บนถนนหน้าห้องเช่า ขับออกไป ขณะที่เจ้าของห้องเห็นคนเดินเข้ามาในห้อง แวบเดียวก็หายไป จึงเดินออกมาดู พบว่ากระเป๋าหายไปจึงร้องให้คนช่วย วิ่งไล่ตามไปแต่ไม่ทัน

นางไสว กอองแก้ว อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 บ้านโนนติ้ว หมู่ที่ 13 ตำบลก้ามปู อำเภอพยัคภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เล่าทั้งน้ำตาให้ฟังว่า ตนกับสามี และลูกชายคนหนึ่ง มีอาชีพเดินเร่ขายล็อตเตอร์รี่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และมาเช่าห้องพักแถบนี้กับเพื่อนๆ ที่มีอาชีพเดียวกันกว่า 20 คน เช้านี้ขณะที่ตนกำลังเข้าครัว ทอดปลาทู ทำกับข้าว สามีตื่นเข้าห้องน้ำ ลูกชายยังนอนคลุมโปงอยู่บนที่นอน มองมาหน้าบ้านเหมือนมีคนเดินเข้ามาในห้องแต่ไม่ชัด จึงเดินออกมาจากครัวเพื่อมาดู พบเห็นแต่ด้านหลังว่ามีคนเดินออกไป ร้องทักก็ไม่หันกลับมา และเมื่อตนร้องทัก คนนั้นกลับวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงมองไปที่บนที่นอนที่ตนวางกระเป๋าสะพานข้างไว้ ซึ่งตนใส่เงินเอาไว้ พร้อมบัตรประชาชน โทรศัพท์ บัตร ATM สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารส่วนหนึ่งที่ระบุว่าตนซื้อล็อคเตอร์รี่มาขายมากน้อยขนาดไหน และที่สำคัญมีเงินสดที่ได้จากขายล็อตเตอร์รี่ ที่เก็บไว้เตรียมไปส่งเข้าธนาคารไปให้เถ้าแก่ที่ตนซื้อล็อตเตอร์รี่มาขาย เงินสดมีราว 1 แสนกว่าบาท ซึ่งได้จากการที่ตน และสามี ขายล็อตเตอร์รี่มาทั้งหมดของวดนี้

ขณะเดียวกันตามพยานที่พบเห็นคนที่มาเร่ขายนาฬิกา ระบุว่า คนร้ายเป็นผู้ชาย อายุราว 48 ปี สวมกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดแขนสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอดด้าเวฟสีดำแดง หมายเลขทะเบียนจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าเป็นทะเบียนระบุ จังหวัดมหาสารคาม ขับมาจอดที่สถานีขนส่ง บขส.และมาเร่ขายนาฬิกา เมื่อไม่มีคนซื้อก็ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าห้องเช่าของกลุ่มคนที่ขายล็อตเตอร์รี่ และเดินเร่ขายไปตามห้องต่างๆ จนมาพบห้องของนางไสว ที่ไม่มีคนอยู่หน้าบ้าน แต่เปิดประตูห้องเช่าเอาไว้ คนร้ายจึงเดินเข้าไปในห้อง ฉกกระเป๋าเงิน ก่อนที่จะวิ่งมาขับรถจักรยานยนต์หลบหนี ผ่านออกไปทางซอยเล็ก ที่มีร้านค้าที่ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ สามารถพบเห็นภาพซึ่งเชื่อว่าเป็นคนร้ายที่ฉกกระเป๋าเงินขับรถจักรยานยนต์ผ่านกล้อง ที่ตรงกับผู้ที่พบเห็นระบุไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอภาพดังกล่าว เพื่อนำไปมอบให้ชุดสืบได้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว

แสดงความคิดเห็น