นักสิทธิมนุษยชน กรณีผู้ต้องสงสัยสลบในค่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคง ต้องสอบให้ความกระจ่างโดยเร็ว และชี้ควรยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ทั้งหมด

นายอับดุลอาซีส  ตาเดอินทร์  กรรมสภาประชาสังคมชายแดนใต้และกรรมการและกรรมการฝ่าสิทธิมนุษยชนปัตตานี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีนายอับดุลเลาะ  อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัย ถูกทหารควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถามในค่ายอิงคยุทธบริหาร และเกิดอาการวูบหหมดสติไม่รู้สึกตัว ต้องนำเข้าห้องไอซียู โรงพยาบาลปัตตานีเป็นการด่วน เมื่อกลางดึกวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา นั้น ว่า กรณีที่ทหารเชิญตัวชาวบ้านชาวสายบุรี มาควบคุมตัวที่ ฉก.43 ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร เป็นข่าวใหญ่ เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนอย่างมากเพราะว่าตอนเชิญตัวมายังแข็งแรงดีอยู่ กรณีเจ้าหน้าที่ก็ทำทุกขั้นตอนทุกอย่าง พาไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักสายบุรี ส่งตัวมาให้แพทย์ตรวจสอบร่างกายปกติ แต่หลังจากนั้น 5 ชั่วโมง เวลาตี 3 กลางคืน วันที่ 21 ก็ล้มหมดสติในห้องน้ำอันนี้เป็นการแจ้งของทหาร ซึ่งตนคิดว่ามันผิดปกติว่าอยู่ๆคนแข็งแรงดีจะไปล้มได้อย่างไร มี 2 กรณีที่ชาวบ้านสงสัยคือซ้อมทรมานหรือกลางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็เกิดความเครียดหรือว่าเกิดการสมองตาย สมองบวม ตนได้คุยทางแพทย์ที่เป็นเพื่อนกัน แพทย์บอกว่าถ้าสมองตายก็ขาดอากาศหายใจครึ่งชั่วโมง อากาศไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ ไปเลี้ยงสมองไม่ทันทำให้สมองตายซึ่งตอนนี้ก็ช่วยท่อหายใจ ซึ่งตรงนี้ตนคิดว่าจะติดตามข่าว ภาคประชาสังคมไม่นิ่งนอนใจจะทำให้เรื่องนี้ให้มันกระจ่างมากที่สุด ทหารยังไงก็ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้จะอ้างว่าเขาล้มเอง ยังไงก็ต้องรับผิดชอบเพราะควบคุมตัวของทหารถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ ที่เขาไม่ดูแลตลอดเพราะว่าห้องควบคุมตัวจะต้องมีผลัดเวรอยู่ 3 ผลัดกลางคืน ดูแลตลอดเปิดโล่งไม่ล็อกประตู ซึ่งเขาอ้างว่าตอนที่เขาล้มเขาปิดประตูเพื่อจะเข้าห้องนำ้ เปิดนำ้นานจนสักพักพอเข้าไปดูก็ล้มแล้วซึ่งเป็นข้ออ้างเป็นการแถลงข่าวของทหารคือทหารในช่วงหลังเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ปอเนาะพ่อมิ่งและอีกหลายๆที่ แถลงข่าวไปแล้วทหารไม่ผิด ในกรณีนี้ตองให้ข่าวทั่วไปก่อน ให้ตั้งกรรมการสอบเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นโฆษกเวลาจะแถลงข่าวกรณีที่พ่อมิ่งชัดจับเสร็จแถลงข่าวเลยว่าไม่ใช่การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ถึงแม้ภายหลังสืบแล้วไม่ใช่เจ้าหน้าที่จริงแต่มาแถลงข่าวก่อนนั้นไม่ถูกต้อง ต้องปรับการทำงานอย่างมากทั้งผู้หลักผู้ใหญ่การสั่งการทำงาน หน่วยตรวจค้นที่บ้านแหร ก็เช่นเดียวกันสุดท้ายแม่ทัพออกมาขอโทษ ขอโทษแล้วชาวบ้านได้อะไรสูญเสียไปแล้ว เก็บดีเอ็นเอไปแล้ว กำลังเรียกร้อง อยู่ว่าดีเอ็นเอที่เก็บมาต้องทำลายให้หมดเพราะว่ามีผลต่อคดี เกิดจับใครมาเอาดีเอ็นเอไปวางในพื้นที่เคยมีหลายกรณีที่ว่าพาคนกลับบ้านคนหนึ่งไปเป็นพยานฝ่ายราชการดีเอ็นเอก็ไม่ถูกกัน กรณีที่สายบุรีถ้าทางหน่วยราชการหรือทหารจริงใจก็ต้องจะต้องตั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาดูเรื่องนี้ อาจจะนิติเวชทางโรงพยาบาล ม.อ หาดใหญ่ มาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบด้วย ถ้าให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก็ให้การตามนั้น สรุปตามนั้นเหมือนกับว่าเป็นตรายาง รับรองความชอบธรรมของทหาร ต้องตั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ไปสแกนในปอด ในสมองโดนมาจากอะไร แล้วมาสรุป ทำให้ชาวบ้านคลายความสนใจได้

/////////////////////

อับดุลการิม/อะหมัด/ยะลา

แสดงความคิดเห็น