อุบลราชธานี -เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ปิดล้อมจับแก๊งมอดไม้ชาวลาว ลักลอบตัดไม้พะยูงจับกุมได้ 1 คน ยึดไม้พะยูงได้ 3 ท่อน และที่ถูกตัดโค่นลงแล้ว 1 ต้น พร้อมอุปกรณ์กระทำความผิด ส่วนคนร้ายอีก 6 คนหลบหนีไปได้ สารภาพจะนำไปขายให้กับนายทุนชาวลาว ที่มารอรับซื้อที่ชายแดนไทย-ลาว บริเวณช่องคำปากั้ง กิโลกรัมละ 120 บาท จนท.ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ปิดล้อมจับขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ที่บริเวณป่าภูแกบ  ด้านทิศตะวันออกบ้านหนองแปน ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้ผู้ต้องหาชาวลาว 1 คน พร้อมของกลางไม้พะยูง 3 ท่อน


เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี เดินลาดตระเวนตามแผนป้องกันพิทักษ์ป่าภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองยอย มาถึงบริเวณป่าภูแกบ  ด้านทิศตะวันออกบ้านหนองแปน ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบุณฑริก ท้องที่ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี พบกลุ่มคนประมาณ 6-7 คน กำลังลักลอบตัดไม้พะยูง จึงนำกำลังปิดล้อมแสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหลบหนีอาศัยความมืดหลบหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามสามารถจับกุมตัวได้ 1 คนทราบชื่อท้าวพรศักดิ์ ยุคขันทอง อายุ 27 ปี สัญชาติลาว อยู่บ้านท่าหลวง เมืองกุสุมา แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมไม้พะยูง จำนวน 3 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.138 ลบ.ม. ขวาน จำนวน 1 ด้าม เลื่อยตัด จำนวน 1 ปื้น เสียม จำนวน 1 ด้าม และไฟฉายชนิดคาดศีรษะ จำนวน 1 ดวง และไม้พะยูงที่ถูกตัดโค่นแล้วยาวประมาณ 7.50 เมตร 1 ต้น


จากการสอบสวนเบื้องต้นท้าวพรศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าร่วมกับพวกชาวลาวที่หลบหนีไปได้ 7 คนได้แอบลักลอบเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เพื่อลักลอบตัดไม้พะยูง จากนั้นจะนำเอาไม้พะยูง ไปขายให้กับนายทุนชาวจีนที่มารอรับซื้อที่ชายแดนไทย-ลาว ในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ที่บริเวณช่องคำปากั้ง เขตติดต่อกับบ้านห้วยทราย เขตเมืองมน แขวงจำปาสัก ประเทศลาว จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี  ดำเนินคดีในข้อหา
ร่วมกันทำไม้หวงห้าม โดยไม่รับอนุญาต,ร่วมกันแปรรูปไม้พะยูงและมีไม้พะยูงแปรรูปไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันเก็บหานำออกไปหรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่น และร่วมกันทำไม้ หรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///////////////////

วิชิต(วัชรพล)/อุบลราชธานี

แสดงความคิดเห็น