ไม้ตะเคียนทองตามชายแดนไทย-กัมพูชา ป่าทับซ้อนตามศาลโลกตัดสิน ยังถูกลักลอบตัดโคนอย่างต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

23

ป่าดงดิบแนวเขตป่าทับซ้อน ตามมติของศาลโลก ระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดศรีสะเกษ ช่องตามี เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าห้วยศาลา สนธิกำลังทหาร ปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดน บุกเข้าไปลานตระเวนตรวจสอบพบ ไม้ตะเคียนทองมูลค่าหลายล้านบาท ยังคงถูกตัดทำลายอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 10 ธันวาคม 2563 เมื่อบ่ายของวานนี้ ( 9 ธค.63 ) เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า ห้วยศาลา ได้รับรายงานจากนายพรานว่า พบเห็นกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ได้ทำการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ป่าบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงช่องตามี ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ศาลโลกได้ตัดสินให้เป็นพื้นที่ทับซ้อน ร่วมกันพัฒนา ห้ามบุกรุกทำลาย ตัดไม้ใดใดในบริเวณป่าชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจนระหว่างไทย กับ กัมพูชา ซึ่งอยู่ในความผิดชอบของ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ซ้อนทับเขตป่าถาวรตามติคณะรัฐมนตรี “ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา” ท้องที่ตำบลดงรัก อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากชายแดนไทย – กัมพูชา ประมาณ 600 เมตร พิกัดตรวจยึด UTM 48 P 410123 E 1588023 N ห่างจากฐานปฏิบัติการรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา  ราว 6 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ผ่านดงระเบิดที่ถูกฝังเอาไว้สมัยสงครามเขมรแดง

จากนั้น นายสาธิต พันธุมาศ หัวหน้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ได้รายงานให้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา (ชุด Smart Patrol) อำนวยการ ได้ประสานกองกำลังจาก ปกครองอำเภอภูสิงห์, หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี ร้อย.ม.7814 อำนวยการโดย พอ.พยัคฆพล คุ้มแสง รอง.ผบ.ฉก.3 ได้ส่งกำลังร่วมออกลานตะเวนเข้าไปในพื้นที่ป่าดังกล่าว เพื่อทำการตรวจสอบ พิกัด ตามแผนที่ทางอากาศ และตรวจสอบไม้ที่ได้รับแจ้งในการการถูกตัดทำลาย โดยใช้ระยะเวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง เข้าถึงจุด ตรวจพบไม้ตะเคียนทอง จำนวน 13 ต้น เป็นไม้กระบาก จำนวน 1 ต้น รวม 14 ต้น ถูกตัดโค่น และทำการแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ตะเคียนทอง และไม้กระบาก รวมทั้งสิ้น จำนวน 34 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 61.67 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าหากมีการนำออกไปส่งขายต่างชาติ ยังประเทศที่ 3 คิดมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นป่ารกทึบ เป็นพื้นที่อันตราย เป็นสนามทุ่นระเบิดติดชายแดน ไทย – กัมพูชา ไม่มีเส้นทางชักลากที่เหมาะสม จึงไม่สามารถ นำไม้ของกลางออกจากจุดที่เกิดเหตุได้  ซึ่งจะได้ขออนุมัติพนักงานสอบสวนดำเนินการตามระเบียบและหนังสือสั่งการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช พร้อมได้จัดทำบันทึกเรื่องราวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ แจ้งข้อกล่าวหา กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11,48,69, พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562  มาตรา 53,55(5) โดยไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ในการลักลอบตัดไม้ของกลุ่มบุคคลตามแนวชายแดนบริเวณนี้ ได้เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ได้เกิดการปะทะกับกลุ่มบุคคลที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมอุปกรณ์นำมาส่งเจ้าพนักงานสอบสวน รับสารภาพมีการลักลอบมาตัดกันประจำ เนื่องจากเกิดสภาพยากจน จากสถานการณ์โรคโควิด19 ไม่มีรายได้ ต้องเข้าป่าตัดไม้ไปขาย บนพื้นที่ทับซ้อนที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปลานตะเวน พบการลักลอบตัดไม้ตะเคียนทอง กว่า 64 ต้น พบกับเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชา ก็ได้พูดคุยขอความร่วมมือในการดูแลทับซ้อนร่วมกัน แต่ก็ยังพบมีการบุกเข้ามาตัดไม้อย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์อยู่ใกล้ชิดกับประเทศกัมพูชา มากกว่าไทย

/////////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ