ยายขวัญผวากลับจากวัดมา สร้อยคอทองคำหาย

143

คุณยายใจบุญ ชอบเข้าวัดทำบุญ โดยเฉพาะวันพระ แต่เช้าวันนี้ต้องอกสั่นขวัญผวา กลับมาจากไปทำบุญที่วัด กลับพบว่าสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท พร้อมตุ้มหูทอง 1 สลึง หายไปจากตู้กระจกที่เก็บใส่กล่องเอาไว้ โดยพบว่าหัวขโมยยกไปทั้งกล่อง เพราะตนไม่ได้ปิดล็อคประตูบ้าน แจ้งตำรวจช่วยติดตาม

วันที่ 17 กันยายน 2563 ร้อยตำรวจเอก วีรวิชญ์ ศรีโพนดวน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ  ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านยาง ถูกหัวขโมยบุกเข้าไปในบ้าน ยกกล่องที่เก็บสร้อยคอทองคำ ตุ้มหูทอง หายไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนเดินทางไป ที่บ้านของ คุณยาย เฉลิม กองคำ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 70 บ้านยาง หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งบ้านอยู่ติดถนนใหญ่กลางหมู่บ้าน มีผู้คนผ่านไปมาอยู่ตลอด สอบถามเบื้องต้นทราบว่า คุณยายเดินทางไปทำบุญที่วัด และไม่ได้ล็อคบ้าน ได้เพียงแค่ปิดประตูบ้านไว้เฉย ๆ พอเดินทางกลับมาเปิดประตูเข้าไปในบ้าน พบตู้กระจกที่คุณยายเก็บทรัพย์สิน กล่องทองเอาไว้หายไป ซึ่งในนั้นมีสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท และตุ้มหูทอง หนัก 1 สลึง หายไปทั้งกล่อง จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านที่มีบ้านติดกัน เพื่อให้โทรแจ้งตำรวจได้มาตรวจสอบช่วยเหลือ

คุณยาย เฉลิม กองคำ เล่าให้ฟังว่า ตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพังคนเดียวลูกหลานไปทำงานยังต่างจังหวัดหมด ในทุกวันก็จะทำกับข้าวและเดินทางไปวัดเป็นประจำ เนื่องจากว่าบ้านตนอยู่ติดถนนใหญ่ และอยู่ติดกับบ้านผู้ใหญ่บ้านเวลาออกไปวัดเพื่อทำบุญก็จะไม่ได้ล็อคประตูปิดกุญแจเป็นเพียงการปิดงับประตูบ้านไว้เฉย ๆ  วันนี้กลับมาจากวัดมาพบว่าตู้กระจกที่อยู่ในบ้าน ประตูบานพับเปิดแง้มไว้ ซึ่งปกติตนก็ไม่ได้เปิดไว้จึงเข้าไปตรวจสอบดู ในตู้นี้ก็จะเก็บทั้งผ้าไหมที่มีลวดลายสวยงามพื้นหนึ่งขายได้ราว 4 – 5 พันบาทและมีกล่องซึ่งตนเก็บสร้อยคอทองคำกับตุ้มหูทองเอาไว้ ปรากฏว่ากล่องดังกล่าวหายไป พยายามคิดทบทวนว่าได้เก็บกล่องไปไว้ที่ไหนก่อนไปวัดหรือเปล่าก็ไม่มี สุดท้ายถึงมั่นใจว่าถูกหัวขโมยเข้าบ้านยกกล่องสร้อยคอทองคำไปอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสร้อยคอทองคำที่ตนเองใส่ประจำ แต่เวลาช่วงไปวัดก็จะถอดเก็บไว้หนัก 1 บาทและตุ้มหูทองอีก 1 สลึง จึงขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหัวขโมยดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมชุดสืบได้เข้าตรวจสอบบริเวณบ้าน เก็บลายนิ้วมือแฝง ตรวจสอบร่องรอยการงัดแงะ ซึ่งไม่มีการงัดแงะแต่อย่างใด ซึ่งจะได้สอบหาพยาน และตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อติดตามคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

///////////////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ