ศรีสะเกษ-ภัยแล้งขยายวงกว้าง ฝนทิ้งช่วง ดินแตกระแหงหนัก ชาวนาระทม

ชาวนาศรีสะเกษระทม เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน ต้นข้าวที่ชาวนาหว่าน ปักดำเอาไว้ กระทบแล้ว ต้นข้าวเริ่มยืนต้นตาย แห้งกรอบ ดินแห้งเป็นผง

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 จังหวัดศรีสะเกษ โดย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเรื่องรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน จึงได้สั่งประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ พร้อมออกประกาศสภาวะฉุกเฉิน  ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้งโดยสรุปความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้ง จำนวน 7 อำเภอ อันได้แก่ อำเภอเมืองจันทร์, ขุขันธ์, ไพรบึง, ศรีรัตนะ , โพธิ์ศรีสุวรรณ, ขุนหาญ และอำเภอปรางค์กู่ ทั้งหมด 18 ตำบล มีราษฎรได้รับผลกระทบภัยแล้ง จำนวน 75,025 คน ขณะที่จังหวัดได้อนุมัติงบทดรองราชการจ่ายลงไปในการให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 11,544,000 บาท พร้อมให้ทุกอำเภอเฝ้าคอยติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง รายงานให้ความช่วยเหลือในทันที ให้ถือเป็นวาระเร่งด่วนในการช่วยเหลือในระยะนี้

ในส่วนพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอเมืองจันทร์ ชาวบ้านหนองใหญ่ คณะกรรมการหมู่บ้าน ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน ในสภาวะฝนทิ้งช่วง ประสบปัญหาภัยแล้ง ได้ลงพื้นที่สำรวจ ปรากฎว่า พบสภาพความแห้งแล้งในท้องทุ่งนา ต้นข้าวที่ชาวนาหว่าน ปักดำเอาไว้ กระทบแล้ว ต้นข้าวเริ่มยืนต้นตาย แห้งกรอบ ดินแห้งเป็นผง ขณะเดียวกัน หนองน้ำขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านได้เคยสูบน้ำเข้าแปลงนา จากเกิดฝนแล้วทิ้งช่วง แต่ขณะนี้ปรากฎว่า แห้งขอด ดินแตกเป็นก้อนๆ กบ เขียด ไร้ที่อาศัย ปลาเล็ก ปลาน้อย ลูกปลาตายหมด สภาพความแห้งแล้งในปีนี้ ถือว่าหนักสุดในรอบหลายสิบปี

นายธรณินทร์ มะโนรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านอะลาง ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ เล่าว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบันเริ่มลดลงและแห้งขอด จากเดือนมิถุนายน เนื่องจากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน และได้มีการแจ้งไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ ได้ขอความอนุเคราะห์น้ำอุปโภคให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำไปก่อน และขอให้ใช้น้ำกันอย่างประหยัด เนื่องจากฝนถึงช่วงเป็นเวลานาน จนดินในหนองน้ำแห้งขอด ดินแตกระแหง

แสดงความคิดเห็น