สุรินทร์- ซึ้ง!คลื่นน้ำใจจากทั่วประเทศโอนช่วยเหลือลุงตาบอดสู้ชีวิต เฉียด 1 ล้านบาท

สุรินทร์- ซึ้ง คลื่นน้ำใจจากทั่วประเทศโอนช่วยเหลือลุงตาบอดสู้ชีวิต เฉียด 1 ล้านบาท ด้านลุงตาบอดขอปิดบัญชี บอกเพียงพอแล้วไว้ช่วยคนลำบากคนอื่นบ้าง ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาจะใช้เงินทุกบาททุกสตังค์อย่างคุ้มค่าที่สุดและไว้เป็นทุนให้ลูกสาวเรียนต่อโดยมีผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ช่วยดูแลการเบิกจ่ายเงินเพื่อความโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานถึงความคืบหน้าการกรณี การให้ความช่วยเหลือ  ชายพิการตาบอดสนิททั้ง 2 ข้าง ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านปูน 1 ชั้น เลขที่ 55/5 ม.13 ต.เฉนียง (ฉะ-เนี๋ยง) อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ในสภาพบ้านเก่า อิฐผนังบ้านเปลือยยังไม่ได้ฉาบปูน หลังคากระเบื้องเก่า มีรอยรั่ว หน้าต่างมีแต่ช่องวงกบ ใช้สังกะสีตีปิดไว้พอได้บังแดดบังฝน อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาว อายุ 12 ปี ซึ่งกำลังจะขึ้นเรียนชั้น ม.1 มีฐานะยากจน แทบไม่มีข้าวกรอกหม้อและที่สำคัญลูกสาวที่กำลังจะขึ้นเรียน ไม่มีเงินทุนการศึกษา เป็นค่าใช้จ่ายไปโรงเรียน  แต่ชายพิการรายนี้ ไม่เคยงอมืองอเท้ารอคอยความช่วยเหลือจากใคร  ด้วยการออกหาจับปลาและ หว่านแ ห รวมทั้งสามารถขึ้นต้นไม้ต้นสะเดาเก็บพืชผักต่างๆมาขายและประทังชีวิตหล่อเลี้ยงครอบครัวเหมือนคนปกติ รวมทั้งยังรับจ้างยกอิฐบล็อก เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอย่างไม่หยุดนิ่ง ชายพิการตาบอดรายนี้ คือนาย สัจจา  ใจหาญ  อายุ 50 ปี  มีภรรยาชื่อนางหาม อุไรรักษ์  อายุ 58 ปี และลูกสาว คือ ด.ญ.กุ้งนาง  ใจหาญ  อายุ 12 ปี ที่กำลังจะขึ้นเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทศบาล 3  โดยนายสุจจา  ใจหาญ บอกว่าตนเองตาบอดมานานกว่า 25 ปีแล้ว เกิดจากอุบัติเหตุตกจากรถบรรทุกปอ จนทำให้ตาเริ่มพร่ามัว จากนั้นถูกล้อยางรถบรรทุกทับ ขณะกำลังเปลี่ยนยางรถสิบล้อ ทำให้ตาเริ่มบอดสนิท และมาพบกับภรรยาคนปัจจุบันที่ยอมอยู่กินกับตนเองจนมีลูกโดยไม่รังเกียจ แม้จะลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่เป็นห่วงเรื่องเดียวอยากให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆ มีทุนการศึกษา  จะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อ เพราะกำลังจะเปิดเทอม  อีกทั้งบ้านที่เก่าทรุดโทรมแล้ว อยากได้ทุนมาซ่อมแซม  ลำพังรับจ้างก็ไม่มีเงินเพียงพอกินและให้ลูกไปโรงเรียน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (18 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้า ของการให้ความช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวอีกครั้ง  พบว่ามีผู้ใจบุญจากทั่วประเทศโอนเงินเข้าช่วยเหลือ ที่บัญชีธนาคารออมสิน สาขาสุรินทร์ ชื่อบัญชี ด.ญ.กุ้งนาง  ใจหาญ  บัญชีเลขที่ 02 017 030 1657 แล้วจำนวนถึง 926,215.11 บาท (เก้าแสนสองหมื่นหกพันสองร้อยสิบห้าบาท) ซึ่งที่ผ่านมา หลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าว พบว่ามีหน่วยงานต่างๆได้ลงพื้นที่เข้าไปสำรวจและช่วยเหลือในเบื้องต้น  ขณะเดียวกันนายสัจจา  ใจหาญ ชายพิการตาบอด ได้มีความระสงค์ขอปิดบัญชีการบริจาคเงิน  จากผู้ใจบุญแล้ว และทำการถอนเงินทั้งหมดมาไว้บัญชีธนาคารใหม่ อีกบัญชีหนึ่ง โดยมีนายประทีป  ดุมนิล ผญบ.บ้านหนองเต่า ม.13 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์,ร่วมกับ สมาชิก อบต.  และ ด.ญ.กุ้งนาง  ใจหาญ  อายุ 12 ปี ที่ได้ขึ้นเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทศบาล 3    ในการเซ็นต์ชื่อร่วมเบิกจ่ายเงินในบัญชีร่วมกัน 3 คน ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส และเป็นการช่วยดูแลควบคุมการใช้จ่ายเงินเพื่อให้คุ้มค่า เหมาะกับความจำเป็นในการดำรงชีวิตของครอบครัวลุงตาบอด  นอกจากนี้งบประมาณบางส่วนจะเอาไปซ่อมแซมบ้านเรือนต่างๆที่เริ่มทรุดโทรม รวมไปถึงหน้าต่างที่ยังไม่มีอีกด้วย

นายสัจจา  ใจหาญ ชายพิการตาบอด  กล่าวว่า ครอบครัวของตน ต้องขอขอบคุณผู้ใจบุญจากทั่วประเทศที่โอนเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ยอดเงินทั้งหมดประมาณ 9 แสนสองหมื่นหกพันบาท  ตนจึงขอปิดบัญชีแล้ว เนื่องจากเพียงพอแล้ว  ให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือผู้ที่ลำบากคนอื่นบ้าง  ส่วนบัญชีใหม่  มีผู้ใหญ่บ้าน กับ อบต.และลูกสาว ที่จะต้องร่วมกันเซ็นต์เบิกจ่ายในแต่ละครั้ง  ตนจะเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกได้เรียนต่อไป  ตนไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้  ตนดีใจมาก  จะใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนงานรับจ้างยกอิฐบล็อกตนก็ยังคงดำเนินชีวิตทำงานตามตามปกติ

ด.ญ.กุ้งนาง  ใจหาญ  อายุ 12 ปี  กล่าวว่า ตนเองดีใจ อยากขอบคุณทุกท่านที่คอยบริจาคเสื้อผ้า รองเท้า ของต่างๆมากมายให้ครอบครัวของ หนู ขอบคุณจริงๆ และจะตั้งใจเรียนเป็นเด็กดีของสังคมต่อไป

ทั้งนี้เงินที่ผู้ใจบุญบริจาคมาประมาณ 9 แสนสองหมื่นหกพันบาทดังกล่าว ทางครอบครัวคุณลุงตาบอด ได้นำไปใช้จ่ายซื้อของที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ทั้งของในครัวเรือนต่างๆ จึงทำให้ยอดเงินสุทธิคงเหลือ 886,205.11 บาท ดังกล่าว

//////////////////////////////////////

เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์

แสดงความคิดเห็น