บึงกาฬ-23 องค์กรลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาวิจัยสร้างนวัตกรรมด้านยางพารา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬขานรับประธานเครือข่ายอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ไทย-ลาวจังหวัดบึงกาฬ ผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จับมือเครือข่าย 23 องค์กร ลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนา -วิจัย สร้างนวัตกรรมด้านยางพารา ก้าวไปสู่ “บึงกาฬโมเดล” ต้นแบบการแก้ไขปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบครบวงจร นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือกิจการร่วมค้าเป็นการร่วมทุนแห่งแรกและครั้งแรกของประเทศไทย สร้างแบรนด์สินค้าร่วมกัน ผลักดันเกิดศูนย์การพัฒนานวัตกรรมยางแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 12 มิถุนายน 2562 พิธีลงนาม(MOU)บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนา การวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านยางพารา ครั้งนี้ โดย วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ กับ 23 องค์กรทั้งภาคการศึกษา, ภาครัฐ-เอกชน  ตลอดจนเครือข่ายภาคเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยมี นายธวัชชัย   ศรีทอง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) และนายอำนวย  ปะติเส อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษา สภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) พร้อมทั้งเกษตรกรชาวสวนยางข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

ทั้งนี้ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหายางพารา  และเพื่อยกระดับราคายางในพื้นที่ ทั้งในด้านการพัฒนาผลิต และการแปรรูปยางอย่างครบวงจร ผ่านกลไกในการวิจัย การทดสอบ และการสร้างมาตรฐาน รวมทั้งสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ  โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมูลค่ายางในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม  โดยดำเนินการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดเป็นศูนย์การพัฒนานวัตกรรมยางแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการให้บริการเรื่องยางแบบเบ็ดเสร็จ (One stop service) ซึ่งจะมีการจัดประชุมวิชาการ  การจัดฝึกอบรม และมีการสร้างเครือข่ายยางนำไปสู่การทำวิสาหกิจชุมชนในการแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์ของทุกภูมิภาคทั่วประเทศ  สามารถช่วยสร้างอาชีพมีรายได้ที่ดีให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประเทศไทย สอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 โดยเกษตรกรและผู้ประกอบการ สามารถประกอบอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราได้ เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ได้กำหนดกรอบความร่วมมือเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากทุกฝ่าย

นายธวัชชัย   ศรีทอง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ     กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือในครั้งนี้  เพราะหากราชการทำจะไม่สำเร็จด้วยข้อจำกัดบางประการ  การแสวงหาความร่วมมือเพื่อมาบูรณาการร่วมกันจะเกิดความสำเร็จเร็วขึ้น  นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่มีทั้งภาคเอกชน  คณาจารย์ สถาบันวิชาการ  และภาครัฐ รวมทั้งเครือข่ายต่างๆ มาร่วมมือกัน   ทั้งนี้ในฐานะตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้นำเรียนคณะกรรมการจังหวัด  เพื่อให้ MOU  นี้เกิดผลในเชิงปฏิบัติต่อไป.

แสดงความคิดเห็น