บุรีรัมย์-แห่นำทองผ้าไหมจำนำคึกคัก นำเงินลงทุนทำนา

เกษตรกรชาวจ.บุรีรัมย์ แห่นำทองคำรูปพรรณ ผ้าไหม เครื่องไฟฟ้า และเครื่องมือทำการเกษตร ไปจำนำคึกคักวันละเกือบ 1 พันราย เพื่อนำเงินไปเป็นทุนทำนา หลังจากเริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่ ขณะสถานธนานุบาลฯ เตรียมเงินสดรองรับให้บริการกว่า 150 ล้าน ทั้งปรับลดดอกเบี้ยแบ่งเบาภาระชาวนาด้วย


วันที่ 12 มิถุนายน 2562 บรรยากาศที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ช่วงนี้ได้เกษตรกรนำทองคำรูปพรรณ ผ้าไหม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของมีค่าอื่นๆ ไปใช้บริการจำนำอย่างคึกคักเฉลี่ยวันละเกือบ 1,000 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ 2 เท่าตัว เนื่องจากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องนำเงินไปเป็นทุนในการทำนา ทั้งค่าจ้างรถไถปรับพื้นที่นา ไถพรวน ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว และปุ๋ย สำหรับใช้ในการเพาะปลูกข้าว เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูทำนา ประกอบกับตอนนี้ก็มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหมาะแก่การทำการเกษตร ขณะที่ทางสถานธนานุบาลฯ ก็ได้เตรียมเงินสดไว้รองรับลูกค้าที่จะมาใช้บริการกว่า 150 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนอีกกว่า 200 ล้านบาท พร้อมทั้งยังได้รับมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยหากเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 50 สตางค์ต่อเดือน และหากเงินต้นเกิน 5,000 บาท ถึง 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 บาทต่อเดือน จากเดิมยอดเงินต้นเกิน 5,000 บาทขึ้นไปจะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน โดยมีนโยบายปรับลดดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี 2562 นี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องเกษตรกร


น.ส.หยกนภา อุดมเดช ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ช่วงนี้ได้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการคึกคักเฉลี่ยวันละเกือบ 1,000 ราย ส่วนมากกว่าร้อยละ 60 จะเป็นเกษตรกร ส่วนทรัพย์สินที่นำมาจำนำ ก็มีหลากหลายประเภทมากขึ้น จากปกติจะเป็นทองคำรูปพรรณ ผ้าไหม และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันก็จะมีจำพวกเครื่องมือช่าง และอุปกรณ์ทำการเกษตรมาจำนำด้วย ซึ่งทางสถานธนานุบาลก็รับจำนำเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ที่อาจจะขาดสภาพคล่องมีความจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่าย ทั้งนี้ก็ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน และพี่น้องเกษตรกรด้วยว่าสถานธนานุบาลฯ เป็นหน่วยงานของรัฐเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ก็สามารถนำทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่ามาฝากจำนำไว้ได้ รับรองว่าไม่มีตกหล่นสูญหาย ทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

///////////////////////////
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น