ศรีสะเกษ-สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟชาวส่วยโลก

ชาวบ้านชนเผ่าส่วยในจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับจัดขบวนรำถวายพญาแถน ในการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟชาวส่วย หรือ บุญเดือน7 มีแห่งเดียวในโลก เพื่อสร้างพอใจให้เทวดาพญาแถน เป็นการขอฝนตกต้องตามฤดูกาล จะได้มีน้ำทำนาน้ำฝนทุกปี

วันที่ 10 มิถุนายน 2562 ที่ หมู่บ้านตาโกน ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุรศักดิ์ เหล่าคำ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลตาโกน, นายเอกอมร มโนรัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองจันทร์, นายชยนาถ ขันติวงษ์ นายกเทศบาลตำบลเมืองจันทร์ ผู้นำชุมชน จาก 3 ตำบล มีพี่น้องชาวตำบลตาโกน ชาวตำบลเมืองจันทร์ และชาวตำบลหนองใหญ่ ที่สืบเชื้อสายชนเผ่าส่วย 1 ใน 4 ชนเผ่าของจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีชนเผ่า ส่วย – เขมร – ลาว และเยอ ได้ร่วมกันสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟชาวส่วย บุญเดือน7 ที่มีแห่งเดียวในโลก เพื่อสร้างพอใจให้เทวดาพญาแถน เป็นการขอฝนตกต้องตามฤดูกาล จะได้มีน้ำทำนาน้ำฝนทุกปี ซึ่งเป็นความร่วมมือของประชาชน ลูกหลานของชนเผ่าส่วย ที่ได้มีการสืบทอดประเพณีอันนี้ต่อกันมา โดยการจัดขบวนรำอย่างสนุกสนาน สวยงาม ออกแบบขบวนแห่มาประกวดแข่งขันกันอย่างสวยงาน ทั้งขบวนรำ การแสดงวิถีชีวิต และขบวนเอ้ประดับตบแต่งบั้งไฟ และเป็นชนเผ่าส่วยเท่านั้นที่จัดให้มีประเพณีถวายบั้งไฟขอฝนในช่วงเดือน 7

นายสุรศักดิ์ เหล่าคำ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลตาโกน กล่าวเป็นภาษาส่วย แปลว่า เป็นประจำในทุกๆ ปี ที่ประชาชนคนเผ่าส่วย หากไปจาก 3 หมู่บ้านตำบลของจังหวัดศรีสะเกษ ไม่ว่าจะไปอยู่ไหนทั่วประเทศไทย หรือทั่วโลก จะเดินทางกลับมาบ้าน พอถึงช่วงนี้ก็จะเดินทางกลับมาบ้าน เพื่อร่วมงานการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟชาวส่วย หรือ บุญเดือน7 มีแห่งเดียวในโลก เพื่อสร้างพอใจให้เทวดาพญาแถน เป็นการขอฝนตกต้องตามฤดูกาล จะได้มีน้ำทำนา เป็นงานที่สนุกรื่นเริงแบบไร้แอลกอฮอร์ มีการบวงสรวงศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน ที่อยู่ภายในวัดตาโกน ใต้ต้นไทรใหญ่ที่อายุหลายร้อยปี ถือเป็นศาลของชนเผ่าส่วย แม้แต่ลูกหลานจะเดินทางไปไหนมาไหนก็จะต้องมาบกกล่าว กราบบูชาขอพรก่อนเดินทางทุกครั้ง แล้วก็จะประสบโชคดี ประกอบกิจการงานใดก็ประสบผลสำเร็จ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ภายหลังจากร่วมกันแห่ขบวนที่ยิ่งใหญ่มาถึงวัดก็จะมีประกอบพิธีเซ่นบวงสรวง ขอฝนเช่นทุกปี

หมู่บ้านตาโกน ถือเป็นชนเผ่าส่วยที่สืบเชื้อสายกันมายาวนาน มีประวัติภูมิบ้าน ลูกหลานยังได้สืบต่อในด้านภาษาพูด แม้จะไม่มีภาษาเขียนก็ตาม ได้มีการจัดตั้งเป็นชมรมคนชาวส่วยโลกไว้เพื่อเป็นการรวบรวมลูกหลาน ประชาชนคนเผ่าส่วยเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่น แม้จะยังคงเหลือน้อยลงไปทุกวัน จากการกลืนกินของวัฒนธรรมที่ทันสมัย ทำให้ชนเผ่าต่างๆ ก็จะเริ่มหดหายไปก็ตาม แต่ชนเผ่าส่วยใน 3 ตำบลนี้ ยังมีการสืบสานประเพณีทั้ง 12 เดือนร่วมกัน และก็จะเดินทางมาร่วมกันทุกครั้งที่มีประเพณีสำคัญๆ ตลอดมา

แสดงความคิดเห็น