ญาติๆ ผู้ต้องกักขังติดคุกเสียชีวิตขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ยังแคลงใจภาพกล้องวงจรปิดไม่ได้เห็นทั้งหมด

ญาติๆ ผู้ต้องกักขังติดคุกเสียชีวิตขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ยังติดใจสงสัยการเสียชีวิต ภาพกล้องวงจรปิดไม่ได้เห็นทั้งหมด

วันที่ 26 เมษายน 2562 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ นางสุรินทร์ เกษหอม มารดาของนายพรหมปัญญา ผู้เสียชีวิต พร้อมญาติๆผู้เสียชีวิตคือ นายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับคดีเมาขับถูกกักขังอยู่ที่สถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ และถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในสถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ได้เดินทางมาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงระหว่างก่อนเกิดเหตุ ตอนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เนื่องจากยังติดใจสงสัยการเสียชีวิตของ นายพรหมปัญญา และอยากจะเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เนื่องจากตั้งแต่เกิดเรื่องนี้มากยังไม่มีญาติๆคนไหนได้เห็นภาพเหตุการณ์จากภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเลย

นางสุรินทร์ เกษหอม มารดาของนายพรหมปัญญา ผู้เสียชีวิต เปิดเผยหลังได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเป็นอย่างมากในการอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งเรื่องการดูภาพ และเรื่องข้อมูลต่างๆ ซึ่งหลังจากดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วตนก็ยังติดใจสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง เพราะภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาให้ดูมันไม่ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวในสถานกักขัง ตนอยากจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณรอบๆขอสถานกักขังด้วย เพราะจะได้รู้ถึงความเคลื่อนไหว และพฤติกรรมของผู้เสียชีวิตและเพื่อนๆในสถานกักขัง โดนเบื้องต้นทางเจ้าน้าที่ตำรวจได้บอกว่าทางตำรวจได้ภาพจากทางเรือนจำเพียง2จุดในห้องขังบริเวณที่เกิดเหตุเท่านั้น ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณรอบๆสถานกักขังนั้นทางเรือนจำไม่ได้ให้มา ดังนั้นทำให้ทางญาติยังติดใจสงสัยการเสียชีวิตอยู่นิดหน่อย

โดยหลังจากนี้ทางตนและญาติจะได้เดินหน้าไปขอดูภาพจากกล้องวงจนปิดในสถานกักขังทุกตัว เพื่อคลายข้อสงสัยการเสียชีวิตของนายพรหมปัญญา เมื่อหมดข้อสงสัยในเรื่องนี้แล้วก็จะปล่อยให้ทางตำรวจ ทางศาล ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ทั้งนี้คลิปภาพขณะเกิดเหตุภายในสถานกักขังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมไม่ถ่ายภาพ เนื่องยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนให้ตัวผู้กระทำผิดเพิ่มเติม กลัวที่จะเสียรูปคดีจึงไม่อนุญาตให้ญาติๆและสื่อมวลชนถ่ายภาพแต่อย่างใด ขณะที่ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้กักขังที่พ้นโทษจำนวน 6 ราย มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุอีกครั้ง ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น

ต่อมา แม่และญาติ ได้เดินทางไปขอดูกล้องที่สถานกักขังศรีสะเกษ แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากล้องที่ญาติต้องการดูได้ถอดไปซ่อมเมื่อบ่ายวันนี้แล้ว แม่และญาติจึงแคลงใจว่ากล้องตัวที่ถูกถอดไปซ่อมจะสามารถตรวจสอบความจริงทั้งหมดได้ ว่าใครทำร้ายถูกตัวเองบ้าง เพราะกล้องที่ทางเจ้าหน้าที่ให้ดูเป็นภาพเห็นด้านหลังผู้ถูกกักขังยืนเรียงกันเท่านั้น และจะขอดูภาพจากกล้องที่เอาไปซ่อมนั้นต่อไป

แสดงความคิดเห็น