ฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานยะลา มีความผิดพลาดการประเมินสถานการณ์ การไหลของระดับน้ำลงสู่ชุมชน

จากกรณีที่ ชาวบ้าน ในตำบลบุดี อ.เมืองยะลา ร้องเรียนถึงการใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำบ้านไบก์ อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน  ใช้กักเก็บน้ำ  เพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่ 8 หมู่บ้านของตำบลบุดี อ.เมืองยะลา และตำบลใกล้เคียง โดยเกิดประโยชน์กับชาวบ้าน กว่า 1 หมื่นคน  โดยใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท แต่สร้างมาแล้วเสร็จกว่า 4 ปี ชาวบ้านยังไม่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านที่ได้เวนคืนที่ดินเพื่อการสร้างอ่างเก็บน้ำ มีความรู้สึกเสียดายกับการที่ต้องสูญเสียที่ดิน ที่เป็นสวนผลไม้และที่ทำนาเป็นจำนวนมาก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ ผู้สื่อข่าว ได้พยายาม ที่จะไปสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ กับ นายชูศักดิ์  สุทธิ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานยะลา แต่ผู้อำนวยการไม่อยู่ไปราชการนอกพื้นที่ โดยได้พบคุยกับ นาย เถลิงกิตติ์ สุวรรณชาติ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ชลประทานยะลา ได้ความว่า โครงการ อ่างเก็บน้ำบ้านไบก์ แห่งนี้ ทางสำนักงานโครงการชลประทานที่ 16 จ.สงขลา เป็นผู้ดำเนินการออกแบบโครงการ และ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ กว่า 200 ล้านบาท มีความจุน้ำ จำนวน 1.20 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ประโยชน์กับพื้นที่ ทำสวนทำไร่ จำนวน1,800 ไร่ พื้นที่นา จำนวน 300 ไร่ ได้อย่างเพียงพอตลอดปี

นาย เถลิงกิตติ์ สุวรรณชาติ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานยะลา เปิดเผยว่า  เป็นโครงการชลประทานของชลประทานที่ 16 แล้วมอบให้ชลประทานยะลาไปดำเนินการต่อ จากการตรวจสอบระบบการไหลของน้ำ พบว่า ระดับน้ำกับท่อ 20 กิโล ไม่สมดุลกันทำให้น้ำไม่ไหล ทำให้ตามที่ออกแบบเพื่อใช้ระบบส่งน้ำทางท่อ ใช้ไม่ได้ ทางชลประทานยะลา ได้พยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ด้วยการ หารือกับทางเทศบาลตำบลบุดี ในการเข้าไปแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท แต่อย่างไรไปใช้งบประมาณ จำนวน 4 ล้านบาทออกไปก็ยังไม่สามารถที่จะบริหารจัดการ ให้ส่งน้ำได้ในระยะทาง100กิโลเมตรได้ อยู่ได้ ทำให้ส่งน้ำได้แค่ระยะทางเพียง 20 กิโลเมตร นอกจากนี้ ท่อเมล ส่งน้ำ เริ่มที่จะเกิดสนิม ท่อรั่ว ได้รับความเสียหายไปแล้วบางส่วน

ด้านนายชูศักดิ์  สุทธิ ผอ.โครงการชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการของชลประทานที่ 16 จ.สงขลาเป็นผู้ดำเนินการ แล้ว ส่งมอบให้ ชลประทานจังหวัดยะลา มารับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา ส่วนการเดินท่อน้ำไปยังบ้านต่างๆของชาวบ้าน ไม่ได้อยู่ในโครงการการก่อสร้าง หากประชาชนต้องการจะใช้น้ำเพื่อการบริโภค สามารถที่จะรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ  และบริหารจัดการกันเอง โดยที่ ชลประทาน ไม่สามารถที่จะของบประมาณในส่วนนี้ ได้  ส่วนการชำรุดเสียหายของท่อส่งน้ำ นั้น ทางชลประทานจังหวัดยะลา ยังไม่สามารถที่จะของบในการซ่อมบำรุงได้ เนื่องจาก เพิ่งมารับการส่งมอบงาน ในปี 2560 เท่านั้นเอง

////////////////////

อับดุลการิม/อะหมัด/ยะลา

แสดงความคิดเห็น