อดีตเจ้าอาวาสร้องถูกปลดไม่เป็นธรรม พระ 4 รูปถูกขับไล่ตัดน้ำ-ไฟกดดันให้ออกจากวัด ล็อกกุญแจโบส์ถ-เมรุกระทบชาวบ้าน

อดีตเจ้าอาวาสวัดดังบุรีรัมย์ร้องถูกกลั่นแกล้งกล่าวหา จนถูกพระผู้ใหญ่สั่งปลดจากตำแหน่งไม่เป็นธรรม ซ้ำรักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่ใช้อำนาจขับไล่พระ 4 รูปออกจากวัดไม่ทราบสาเหตุ ถึงขั้นตัดน้ำตัดไฟกดดันให้ออก ทั้งล็อกกุญแจปิดโบส์ถวิหาร ศาลาการเปรียญ และเมรุเผาศพ กระทบถึงชาวบ้านเข้าไปกราบไหว้พระทำบุญได้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบช่วยเหลือก่อนเกิดปัญหาบานปลาย


วันที่ 26 เมษายน 2562 พระครูปัญญาพลานุกูล อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาลอย ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยพระลูกวัด และชาวบ้านบ้านสะแกซำ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกชาวบ้านอีกกลุ่มที่ไม่พอใจพระครูปัญญาพลานุกูล ร้องเรียนกล่าวหาว่าท่านนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว ตัดต้นพะยูง และอื่น อีกรวม 11 ข้อ จนถูกพระผู้ใหญ่มีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 22 มี.ค.2561 อย่างไม่เป็นธรรม โดยชาวบ้านบอกว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นให้มาตรวจสอบข้อร้องเรียน ไม่เป็นกลางเพราะบางคนอยู่ฝ่ายผู้ร้องเรียน อีกทั้งยังไม่มีการมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แต่กลับตัดสินปลดออกโดยไม่เป็นธรรม แล้วแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาดูแลแทน แต่รักษาการเจ้าอาวาสกลับใช้อำนาจขับไล่พระ 4 รูปออกจากวัดโดยอ้างว่ากระด้างกระเดื่องไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา แต่พออดีตเจ้าอาวาส และพระที่ถูกขับไล่ไม่ยอมออก เพราะเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและบวชที่วัดแห่งนี้มาตั้งแต่หลวงปู่เอก เจ้าอาวาสองค์ก่อนยังไม่มรณภาพ กลับถูกตัดน้ำ ตัดไฟเพื่อกดดันให้ออกจากวัด และล่าสุดได้นำกุญแจมาปิด ล็อกโบส์ถวิหาร กุฏิทรงไทย ศาลาการเปรียญ ไม่ให้ชาวบ้านที่ศรัทธาอดีตเจ้าอาวาสเข้าไปทำบุญ กราบไหว้พระในวัดเป็นปกติ ที่สำคัญหากไม่พอใจคนไหนก็จะอนุญาตให้เผาศพในวัด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย


พระครูปัญญาพลานุกูล อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลาลอย บอกว่า ถูกร้องเรียนกล่าวหาตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.2560 โดยกล่าวหาว่ายักยอกเอาเงินวัดไปใช้ส่วนตัว ซึ่งอาตมาขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงมีการบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการอย่างถูกต้อง มีลายเซ็น ใบเสร็จ และพยานบุคคลในการดำเนินการก่อสร้างทุกอย่างภายในวัด ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าตัดต้นพะยูงภายในวัด ก็ไม่เป็นความจริงต้นพะยูงยังอยู่ครบทุกต้น โดยข้อที่ถูกร้องเรียนก็มีเอกสาร หลักฐาน และพยานบุคคล ไปชี้แจงต่อคณะสงฆ์แล้ว แต่พระเถระชั้นผู้ใหญ่กลับมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง ทั้งที่ยังไม่ได้สอบสวนข้อเท็จจริงว่าได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่


หลังปลดออกจากตำแหน่งแล้ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดองค์ใหม่ ยังใช้อำนาจโดยพละการทำหนังสือขับไล่พระลูกวัดอีก 4 รูปให้ออกจากวัด โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ทั้งยังใช้กุญแจปิดล็อกศาลากุฏิทรงไทยที่เก็บอัฐิธาตุ (หลวงปู่เอก) อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพ ศาลาธรรมสังเวช หรือเมรุเผาศพ โบส์ถ และศาลาการเปรียญ และยิ่งไปกว่านั้นยังตัดน้ำ ตัดไฟ เพื่อกดดันให้อาตมา และพระอีก 4 รูปออกไปจากวัดทั้งที่ไม่ได้มีความผิด จนต้องไปอาศัยต่อกระแสไฟฟ้าจากบ้านของญาติโยมมาใช้ภายในวัด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมด้วย
นางสมิท ไชยยอดน้อย อายุ 49 ปี ชาวบ้านบ้านสะแกซำ บอกว่า ข้อกล่าวหาที่มีการร้องเรียนกล่าวหาพระครูปัญญาพลานุกูล อดีตเจ้าอาวาสทั้ง 11 ข้อ ชาวบ้านได้อ่านและตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหา และที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงเลย แต่กลับมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่เข้ามาดูแลแทน แต่รักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่กลับใช้อำนาจโดยพละการ คล้องกุญแจปิดล็อกโบส์ถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิทรงไทยหลวงปู่เอก ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปทำบุญ กราบไหว้ขอพรพระพุทธศักดิ์สิทธิ์ในวัด หรือแม้แต่อัฐิของหลวงปู่เอก ที่เคารพศรัทธาก็เข้าไปกราบไม่ได้ ที่สำคัญเมื่อมีชาวบ้านเสียชีวิตก็ไม่สามารถนำศพไปเผาในวัดได้ตามปกติ ต้องขออนุญาตรักษาการเจ้าอาวาสทุกครั้ง หากท่านไม่พอใจก็เผาไม่ได้ต้องไปเผาวัดอื่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย


ขณะที่ชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวเดินดูและบันทึกภาพตามจุดต่างๆ ที่ถูกปิดล็อกไว้ ก็มีพระรูปหนึ่งและชาวบ้านอีกฝ่าย เข้ามาต่อว่ากลุ่มชาวบ้านที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับพระและอดีตเจ้าอาวาส จนเกิดมีปากเสียงโต้ตอบกันรุนแรง จนเกือบจะเกิดปัญหาบานปลายด้วย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปขอสัมภาษณ์รักษาการเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ถึงกรณีที่ขับไล่พระ ใช้กุญแจปิดล็อกโบส์ถ วิหาร ศาลการเปรียญ และเมรุตามที่ชาวบ้านร้อง แต่ท่านปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์หรือบันทึกภาพใดๆ แค่เพียงให้ข้อมูลชี้แจงว่า สาเหตุที่ปิดพระอุโบสถ เพราะมีสิ่งของที่มีค่าอยู่จึงปิดไว้ เวลามีอุปสมบทก็เปิดตามปกติ กุฏิทรงไทยมีเหรียญหลวงปู่เอก และอัฐิหลวงปู่อยู่กลัวสูญหาย ส่วนศาลาการเปรียญ ก็ยังมีศาลาสำรองให้พระฉันอยู่แล้ว ส่วนที่มีหนังสือให้พระออกจากวัดนั้น เพราะมีพฤติกรรมสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะอดีตเจ้าอาวาสเมื่อถูกปลดจากตำแหน่งแล้วก็ควรจะหยุด ซึ่งขณะนี้ก็กำลังหาวัดให้อยู่ใหม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น