บึงกาฬส่งท้ายสงกรานต์ด้วยประเพณีแห่น้ำจั้น

นายธวัชชัย ศรีทอง รอง.ผวจ.บึงกาฬ และนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวง และแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อบรรพบุรุษ ได้ใช้น้ำจั้น หรือบ่อน้ำซึม ที่มีความสูงกว่าระดับแม่น้ำโขง ในหน้าแล้ง และไหลลงแม่น้ำโขงตลอดทั้งปีไม่มีแห้ง ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬในครั้งอดีตที่ผ่านมา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ ม.5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆปีหลังจากวันสงกรานต์ จะทำพิธีแห่น้ำจั้น ทั้งในทางบกและทางน้ำ ล่องขึ้นไปตามลำแม่น้ำโขง เมื่อไปถึงท่าน้ำวัดท่าไคร้ ก็จะอัญเชิญน้ำจั้นไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

ซึ่งในปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธ์ กว่า 2,000 คน ต่างพร้อมใจกัน แต่งตัวด้วยชุดรำฟ้อนตามขบวนแห่น้ำจั้น เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขง ต่างให้ความเคารพนับถือ ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนจากไทยและสปป.ลาว มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณี โดยในปีนี้จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และวัฒนธรรมจังหวัด ได้กำหนดให้วันที่ 19 – 21 เม.ย. ของทุกปี เป็นการจัดงานประเพณีแห่น้ำจั้น สรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ โดยให้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืน

หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่ากันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร บุกเบิกป่าทึบแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังและพระเกศหัก จึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น ขณะนี้พระอุโบสถทีประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่อยู่ในระหว่างการบูรณะก่อสร้างหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอพรเอาไว้ ก็จะบูชาเอาบั้งไฟ 9 ดอกไปจุดถวายหลวงพ่อพระใหญ่ ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างพระอุโบสถ  สำหรับการสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงไม่อนุญาตให้เข้าไปสรงน้ำในอุโบสถ แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้.

แสดงความคิดเห็น