จับแล้วสาวประเภทสองเปลือยอกโพส์ตเที่ยวงานสงกรานต์อ้างคึกคะนองขอโทษชาวบุรีรัมย์ทำเสื่อมเสีย

บุรีรัมย์คืบหน้า ตร.นำตัวสาวประเภทสองเปลือยอกเที่ยวงานคืนวันไหลสงกรานต์ โพส์ตภาพและข้อความเข้าข่ายลกมกอนาจาร เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว อ้างเป็นภาพตกแต่งทำไปเพราะคึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษคนไทยและชาวบุรีรัมย์ทำเสื่อมเสียกระทบภาพลักษณ์ เผยเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ เตือนผู้ชอบเล่นโซเชียลใช้สติ


วันที่ 17 เมษายน 2562 ความคืบหน้ากรณีที่มีหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งชื่อว่า “ฟิน” ได้โพสต์ภาพและข้อความล่อแหลมเข้าข่ายลามกอนาจารในเฟซบุ๊ค เมื่อคืนวันไหลสงกรานต์ที่บุรีรัมย์ เป็นภาพขณะที่ตัวเองสวมเสื้อซีทรู ไม่สวมเสื้อชั้นในเห็นหน้าอกเปลือย ใส่เพียงกางเกงขาสั้นลักษณะวาบวิวอนาจาร ทั้งยังได้โพสต์ข้อความลักษณะล่อแหลมว่า “เล่นน้ำเสร็จ ไป …กันต่อมะ #วันไหลบุรีรัมย์” ทำให้ชาวเน็ตต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเรื่องการแต่งตัวที่ค่อนข้าวโป้เปลือย รวมทั้งข้อความที่หล่อแหลมลามกอนาจาร ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของจังหวัด จนเกิดกระแสเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ และติดตามตัวหญิงสาววัยรุ่นคนดังกล่าวมาสอบสวน หรือตักเตือนดำเนินคดี


จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบออกติดตามหาตัวหญิงสาวคนดังกล่าว กระทั่งทราบว่า หญิงสาวนที่โพส์ตในโซเชียล คือ นายภานุพงศ์ มีแก้ว หรือฟิน อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.จันดุม อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เป็นสาวประเภทสอง ไม่ใช่ผู้หญิง
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็ได้ไปนำตัว นายภานุพงศ์ หรือฟิน สาวประสองคนดังกล่าว มาพบ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “กระทำการอันควรขายหน้าแก่ธารกำนัล” ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมทั้งได้ตักเตือนก่อนจะปล่อยตัวไป
ขณะที่นายภานุพงศ์ ก็บอกว่า ภาพที่โพส์ตลงเฟสเป็นภาพที่มีการแต่งผ่านแอพในมือถือ ไม่ได้ใส่โป้เปลือยอกตามที่โพส์ต และทำไปเพราะความคึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่คิดว่าสิ่งที่ทำจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ยอมรับว่าหลังโพส์ตลงไปก็ถูกชาวเน็ตเข้ามาตำหนิต่อว่าเป็นจำนวนมาก ส่วนตัวรู้สึกสำนึกผิด พร้อมทั้งได้ยกมือไหว้ขอโทษคนไทยและชาวบุรีรัมย์ทุกคนที่ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ ยอมรับว่าการกระทำครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในการใช้สื่อโซเชียล โดยที่ไม่ได้คิดหรือไตร่ตรองให้รอบคอบ จากบทเรียนที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็อยากฝากถึงวัยรุ่น เยาวชน หรือผู้ที่ชอบเล่นโซเชียล ควรจะใช้สติจะโพส์ตอะไรควรจะคิดให้รอบคอบก่อน เพื่อจะได้ไม่เป็นเหมือนกันตัวเอง

สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น