ครอบครัว ตชด. วอนคนร้ายให้เกียรติศาสนสถานในการก่อเหตุ

ครอบครัว 2 นายตำรวจ ตชด. วอนคนร้ายควรให้เกียรติศาสนสถานในการก่อเหตุร้าย  ในขณะลูกชาย ขอเป็นตำรวจแทนพ่อและอาสาไปประจำการ จุดที่พ่อเสียชีวิตเพื่อหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้

  จากกรณีที่ คนร้าย จำนวน 6 คน ใช้รถ จยย.เป็นพาหนะและ 2 ใน 6 คนร้าย ได้เข้าไปในมัสยิด ใช้ปืนพกสั้น ยังไม่ทราบขนาด ประกบจ่อยิง ร.ต.ท.แวรอมลี แวฮามะ และ ร.ต.ท.อดุลย์ รักษ์ปราชญ์ สังกัด  ฉก.ตชด.ที่ 44  กก.ตชด.ที่ 44 ยะลา ค่ายพญาลิไท เสียชีวิต ขณะที่กำลังฟังคุตบะห์(บรรยายธรรมก่อนละหมาดวันศุกร์) ที่มัสยิดนูรุลอิบาดะห์ บ้านมายอ หมู่ 6   ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นั้น

 นางรอฮาน่า แวฮามะ ภรรยาของ ร.ต.ท.แวรอมลี แวฮามะ เปิดเผยว่า ตนมีลูก 1 คน อายุ 12 ขวบ กำลังศึกษาชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลปัตตานี ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์กับสามีตัวเอง สามีเป็นคนเคร่งครัดในการปฏิบัติทางศาสนา แต่มีความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษมาโดยตลอด แม้แต่เวลาพักกลับมาบ้านจะไม่ค่อยไปไหน นอกบ้านเลย เวลาละหมาดวันศุกร์ก็จะเปลี่ยนสถานที่โดยตลอด โดยเคยบอกกับตนเองว่า หากจะถูกปองร้าย คงจะเป็นสถานที่ละหมาดแน่นอน เพราะเวลาทำงานตนจะมีความระมัดระวังมาก  หลังจากต้องสูญเสียสามี ตนก็ต้องทำหน้าที่เป็นเท้าหน้าในการดูแลเลี้ยงดูลูกต่อไป ก่อนหน้าตนและสามีจะช่วยกันดูแล ออกค่าใช้จ่าย เมื่อสามีเสียชีวิตไปภาระ ทั้งหมดจะตกไปที่ตนเอง ต้องเป็นจุดยืนภายในบ้าน และต้องเข้มแข็งต่อสู้กันต่อไป เพื่อไม่ให้ลูกและญาติเห็นว่าเราท้อถอย  ตนขอบอกคนร้ายว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัด มัสยิด หรือที่ไหนก็ตามขอให้เกียรติสถานที่และให้ทุกคนยอมรับว่าสถานที่ตรงนั้น เป็นสถานที่ที่สำคัญ เป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวมุสลิม และไทยพุทธ ซึ่งทุกศาสนาจะถือว่าศาสนสถานของตนเป็นสถานที่สำคัญสำหรับทุกศาสนา

 ด้านครอบครัวของ ร.ต.ท.ดุลย์ รักษ์ปราชญ์ นั้น มีลูกอยู่ 2 คน คนแรกเป็นผู้หญิง จบการศึกษาแล้ว ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยะลา ส่วนคนที่ 2 เป็นชาย กำลังศึกษาด้าน รัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ทางครอบครัวบอกว่า สามีเล่าเรื่องในที่ทำงาน ในเรื่องของการปฏิบัติตน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของการละหมาดวันศุกร์ นั้น ทาง ร.ต.ท.อดุลย์ เขาจะไปละหมาดไม่ซ้ำที่ ทุกวันศุกร์ บางวันจะยอมเดินทางไปละหมาดในพื้นที่ไกลๆ เพื่อป้องกันการติดตามของกลุ่มคนร้าย โดยจะบอกกับครอบครัวเสมอว่า เขาถ้าจะตาย ก็ต้องที่มัสยิด เนื่องจากต้องไปละหมาดทุกวันศุกร์ ส่วนที่อื่นนั้น เขาจะระวังตัวมาก

   นายอนัส นักปราชน์ ลูกชาย บอกว่า เมื่อจบการศึกษาแล้ว ขอเป็น ตำรวจ แทนคุณพ่อ และจะสมัครไปอยู่ที่ คุณพ่อเสียชีวิตด้วย เพราะต้องการที่จะตามจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อมาลงโทษให้ได้ ฝากคนร้ายที่ก่อเหตุ ด้วยว่า เขาเป็นคนที่มีจิตใจที่เหี้ยมโหด ไม่คิดว่า ครอบครัวที่ถูกกระทำจะมีความเดือดร้อนขนาดไหนอย่างไร ตอนนี้ตัวเองต้องทำหน้าที่เสาหลักของครอบครัว ส่วนการวางแผนในครอบครัว นั้น ตอนนี้ยังไม่ได้มีการวางแผน ต้องหลังทำบุญของพ่อก่อน ค่อยมาคุยกันต่อไป

แสดงความคิดเห็น