พบกระทิงโผล่ป่าชายแดนไทย-กัมพูชา เขตอนุรักษ์พันธุ์ป่าห้วยทับทัน ห้วยสำราญ ในรอบ 10 ปี

กล้องดักสัตว์บันทึกภาพไว้ได้ ก่อนหน้านี้ประมาณปี 47 พบกระทิงถูกพรานป่าไล่ล่าหนีเข้ามาในเขตหมู่บ้าน และเสียชีวิตลง พบกระสุนปืนในตัวถึง 27 นัด คาดถูกล่ามาหลายปี พร้อมถอนกับดักในป่าที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าออก..แม้แต่สุนัขของ จนท.ยังขาขาดไปหลายตัว นอกจากนี้ยังพบครอบครัวนกกระเรียนและสัตว์คุ้มครองอีกหลายชนิด  ชี้พื้นที่ป่ายังสมบูรณ์  วอนประชาชนช่วยกันดูแล เพราะเหลือน้อยเต็มที

            วันที่ 6 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  ว่ากล้องดักถ่ายภาพสัตว์ สามารถบันทึกภาพสัตว์ป่าประเภทกระทิงในพื้นที่ป่าเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นป่าชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ นับเป็นข่าวดี ในรอบกว่า 10 ปี หลังจากพบกระทิงป่าเมื่อปี 2547 ก็ไม่เคยพบอีกเลยจนมาพบในครั้งนี้

            ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับกับนายวุฒิกุล  งามปัญญา  หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ แต่ไม่อยู่ติดภาระกิจ ซึ่งได้มอบหมาย ให้นายทิฆัมพร  สิงหะ หน.ฝ่ายส่งเสริมวิชาการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เป็นผู้ให้ข้อมูลแทน  พร้อมเปิดเผยภาพจากล้องที่ดักถ่ายภาพกระทิงดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นภาพที่กระทิงอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี ขณะเดินมาใกล้กล้องดักถ่าย ที่ติดไว้บนต้นไม้บริเวณบ่อน้ำเล็กๆ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่สัตว์ต่างๆมักจะลงมากินน้ำ  โดยภาพที่เห็นเป็นภาพขาวดำและมีมีความชัดเจนมาก โดยกระทิงตัวดังกล่าวมีสภาพผอม ซึ่งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ สามารถบันทึกภาพกระทิงได้ 2 วันซ้อน คือวันที่ 2 เม.ย 62  และ คืนวันที่  4 เม.ย.62 ที่ผ่านมา

            การพบเจอกระทิงป่าในครั้งนี้ นับเป็นการเจอครั้งแรกที่ได้นำกล้องดักถ่ายสัตว์ไปติดตั้ง  เจ้าหน้าที่คาดว่าฝูงกระทิงดังกล่าวน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ตัว และเป็นการพบเจอในรอบกว่า 10 ปี  หลังจากที่ประมาณปี 2547 เจ้าหน้าที่พบกระทิงขนาดใหญ่ อายุประมาณ 20 ปี  พลัดหลงเข้ามาในเขตหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ซึ่ง เจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าช่วย แต่เนื่องจากกระทิงตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพอิดโรยและอยู่ในอาการตกใน จึงเกิดอาการช็อคเสียชีวิต และเมื่อเจ้าหน้าที่นำมาผ่าพิสูจน์กลับพบว่ามีกระสุนฝังอยู่ในตัวถึง 27 นัด และได้นำมาสต๊าฟไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ซึ่งจากการสันนิษฐานของ จนท.คาดว่ากระสุนดังกล่าวเกิดจากการถูกยิงไล่ล่าของพรานป่า และหนีรอดมาได้หลายครั้ง จนแผลหาย และพบสะสมอยู่ในร่างกายจำนวนหลายนัดดังกล่าว จึงพยายามหลบหนีจากการไล่ล่าของพรานป่า จนกระทิงต้องหนีเพื่อเอาตัวรอดและหลงมาในพื้นที่หมู่บ้าน และมาเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมาก นอกจากกระทิงป่าที่พบในพื้นแล้ว ยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดเช่นวัวแดง ที่หลงเข้ามาจนถูกรถชนเสียชีวิต เมื่อหลายปีก่อน แมวดาวและสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆ ล่าสุดก็พบสัตว์ป่าสงวน ประเภทนก คือนกกระเรียนไทย ที่อพยพมาอยู่ในเขตรอยต่อของจังหวัดสุรินทร์กับบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้เขตรักษาพันธุ์พันธุ์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เร่งดำเนินการตามนโยบายของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการที่จะจัดชุดลาดตระเวนออกปฏิบัติการเข้มข้นในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อปกป้องสัตว์เหล่านี้ รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในการช่วยกันดูแลสัตว์ป่า อีกทั้งยังเข้มงวดในการปราบปรามและกำจัดกับดักสัตว์ตามป่าชายแดน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความศูนย์เสียต่อสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก

            นายทิฆัมพร  สิงหะ หน.ฝ่ายส่งเสริมวิชาการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับจังหวัดสุรินทร์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์  ในวันนี้เราได้พบเจอแล้วกับสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติ ในเรื่องของสัตว์ป่า จากการปฏิบัติงานจากการนำของ หน.วุฒิกุล  งามปัญญา หัวหน้าเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ที่ได้จัดชุดปฏิบัติงานออกปฏิบัติงานตามนโยบายของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเน้นย้ำในเรื่องของการออกลาดตระเวนเก็บข้อมูลและฐานข้อมูลต่างๆ เป็นการต่อเนืองห้วง 3 วัน โดยพักอาศัยอยู่ในป่าตลอด ซึ่งขณะนี้ร่องรอยที่พบจากการสืบและติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า เป็นภาพกระทิง ซึ่งเชื่อว่ามีมากกว่า 2 ตัว แต่มีสภาพอิดโรย ซึ่งปีนี้เชื่อว่าเป็นปีที่วิกฤตในเรื่องของความแห้งแล้ง และกรณีไฟไหม้ป่าบ่อยครั้ง รวมทั้งการรุกรานของชุมชนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา และเหตุการณ์สงครามชายแดนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสลดใจและเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อชีวิตของสัตว์ป่า ซึ่งอยู่ตามแนวชายแดน ก็หวังพึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แนวเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ได้ช่วยกันดูแล และฝากเป็นหูเป็นตาในการดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้ด้วย ตนเชื่อว่าเหลือน้อยเต็มที

            สำหรับสัตว์ป่าที่พบเป็นประเภทกระทิง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง  ในพื้นที่ป่าชายแดนเทือกเขาพนมดงรัก ด้านจังหวัดสุรินทร์  ซึ่งว่าเป็นสัตว์ใหญ่พอสมควร  หากเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยจุดนี้ก็จะเป็นการชี้วัดความสมบูรณ์ของฝืนป่าได้เป็นอย่างดี มีการพบเห็นที่ผ่านมาในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ในครั้งแรก หลังจากนั้นมาก็จะเรื่องเหตุการณ์สงครามและการขยายตัวของชุมชน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่แนวเขตทำให้พบได้น้อยลง หลังจากนั้นมาในเรื่องของการบริหารจัดการ การออกลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า และมีการติดตั้งกล้องซึ่งได้มาแต่ก็ยังไม่เพียงพอ แต่ก็พยายามไปติดตั้งไว้ตามช่องทางต่างๆ ซึ่งพื้นที่จังหวัดสุรินทร์เรามีมาก โดยแต่ละช่องก็จะมีความสำคัญต่อสัตว์ป่าในแต่ละชนิดในการเดินทางไปมาหาสู่กันในเรื่องแนวเขตป่า

            ในห้วงเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ห้วงปลายเดือนมีนาคม  จนกระทั่งถึงต้นเดือนเมษายนนี้ ในการรับแจ้งข่าวการพบชนิดของสัตว์ป่านอกจากกระทิงที่เพิ่งพบแล้วก็จะมีแมวดาว หรือแมวแกว ซึ่งพบเห็นที่อำเภอรัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งถูกรถชน และทางเขตรักษาพันธุ์ฯได้เข้าไปรับมารักษาและส่งต่อไปยังจ.อุบลราชธานี  ล่าสุดก็มีการพบนกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหนึ่งใน 15 ชนิด คือนกกระเรียนพันธุ์ไทย ได้อพยพมาอยู่ช่วงรอยต่อจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ เป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากตอนที่พบอยู่ครบทั้งพ่อแม่ลูก เชื่อว่าในอนาคตหากเราช่วยกันสอดส่องดูแลโดยสร้างความเข้าใจ ซึ่งทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการจัดชุดของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ่างเก็บน้ำจรัส ทุกภาคส่วนแจ้งต่อผู้นำชุมชน ราษฎรที่ทำกินอยู่ใกล้แนวเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและให้ลดการใช้สารเคมีลงเพื่อความอยู่รอดของนกประเภทนี้และสัตว์ป่าอื่นต่อไป

            ส่วนในเรื่องของกับดักสัตว์ต่างๆ จนท.ก็ได้มีการตามเก็บออกจากพื้นที่ป่า ซึ่งยังคงพบเห็นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าแล้ว  สุนัขของ จนท.เองก็ยังถูกกับดักจนขาขาดมาหลายตัว โดยเฉพาะเจ้าโค้ก สุนัขพันธุ์ทาง เพศผู้อายุ 3 ปีของตนเองก็ถูกกับดักในป่าจนขาขาดเช่นกัน  ก็อยากให้ประชาชนตระหนักและหวงแหนทรัพย์ยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติด้วย

            เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์

แสดงความคิดเห็น