แกนนำหลักประชาธิปัตย์ยะลา ยอมรับ การพ่ายแพ้ มาจากความไม่มั่นใจในจุดยืนของพรรค

แกนนำหลักประชาธิปัตย์ยะลา ยอมรับ การพ่ายแพ้ มาจากความไม่มั่นใจในจุดยืนของพรรคและภายในพรรคขาดความเป็นเอกภาพ ชาวบ้านเรียกร้องให้แก้ไขภายในพรรคก่อน ที่จะเดินต่อไปข้างหน้า

จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่ครองใจประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ เขต 1 ยะลา ที่เป็นฐานที่มั่นของนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต สส.ของพรรคมาหลายสมัย จนมีการพูดติดปากว่า เขต 1 ยะลา ใครก็ไม่สามารถล้มพรรคประชาธิปัตย์ได้ แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ นายประเสริฐ ป่วยไม่สามารถลงมาเล่นการเมืองได้ และได้ส่ง ลูกชาย นายภูริพงศ์  พงษ์สุวรรณศิริ ลงในนามพรรคประชาธิปัตย์แทน นั้น ในขณะเดียวกันมีอดีต สส.บางคนได้ออกไปลงสมัครในนามพรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อีกด้วย ทำให้ประชาธิปัตย์ ในจังหวัดยะลา และนราธิวาส ได้หลุดหายไปจากวงจรทางการเมือง มีเพียง จังหวัดปัตตานี หลงเหลืออยู่ 1 ท่าน ในเขตเลือกตั้งที่ 1 นั้น

ในเรื่องนี้ นางสาวสมหญิง  ชัยรัตนโนกรณ์ แกนนำหลักของพรรคประชาธิปัตย์และนักธุรกิจน้ำมันในจังหวัดยะลา กล่าวว่า  ในอดีตที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะสู้กับพรรคเพื่อไทย รัฐธรรมนูญฉบับเก่าจะให้เป็นพรรคใหญ่ไม่ให้มีพรรคเล็กแบบนี้ พอเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปรากฏว่ามีพรรคเล็กๆขึ้นมากมายคู่ต่อสู้ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องสู้แต่เดิมในอดีตจะเป็นพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก จะมีพรรคที่เริ่มเข้ามาคือพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคที่เกิดขึ้นใหม่ที่รองรับกับนายกประยุทธ์ จะมีอนาคตใหม่เข้ามาซึ่งไม่ได้มีใครคาดคิดว่าพรรคที่เกิดขึ้นใหม่ๆจะมีผลต่อความรู้สึกของประชาชนพอมีพรรคใหม่ขึ้นมา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้การวางแผนของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งยังใช้วิธีการหาเสียงแบบเดิมๆยังเชื่อมั่นเรื่องพลังของพลังเงียบของประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นกระแสของคนภาคใต้ ทำให้มองปัญหาเป็นการรัฐธรรมนูญครั้งแรก รัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนประชาธิปัตย์น่าจะมองประมาณเรื่องเสียง มองปัญหาเหมือนกับว่าไม่คาดคิด การวางแผน การทำงานต่างๆก็เลยพลาด บวกกับว่าภายในประชาธิปัตย์เองมีความขัดแย้งทำให้การทำงานเหมือนกับว่าตอบโต้ไปมาภายใน ประชาชนก็จะลังเล เพราะว่าแนวทางของหัวหน้าพรรค ในทีมบริหาร ในคณะกรรมการก็มีความเห็นไม่สอดคล้องกันกับหัวหน้าพรรคทำให้มีการพอมีนโยบายออกมามีกระแสตอบโต้ ทำให้ประชาชนลังเลว่าตกลงประชาธิปัตย์จะเอายังไงกันแน่ในจุดนี้ อีกจุดหนึ่งคือคนของประชาธิปัตย์เองก็ไปสนับสนุนพรรคอื่นอีกส่วนหนึ่งมี ส.ส ประชาธิปัตย์ย้ายพรรคไปทำให้เสียงของประชาชนที่เคยเป็นกลุ่มเป็นก้อน เคยเลือกเทไปพรรคเดียวก็กระจายไปในพรรคที่ ส.ส ของพรรคประชาธิปัตย์ย้ายไป อีกส่วนหนึ่งมีพรรคใหม่ที่มาแรงคือพลังประชารัฐก็จะเป็นกระแสของประยุทธ์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ว่าความมั่นคงของประเทศต้องใช้ทหาร ประชาธิปัตย์น่าจะสู่ศึกที่ว่าของประเทศที่เรื้อรังมานาน พลังของประชาธิปัตย์แตกแยกภายในพลังภายนอกคิดว่าคงจะต่อสู้ไม่ได้คือความเชื่อมั่นของประชาชนในการต่อสู้กับปัญหาของประเทศที่เรื้อรัง คิดว่าต้องใช้คนแบบนายกประยุทธ์เพื่อจะแก้ปัญหาความมั่นคง ประชาชนก็เลยเทเสียงให้ได้คนที่มาดูแลความมั่นคงของประเทศ ตอนนี้คนในภาคใต้ที่เทเสียงไปให้พลังประชารัฐเพราะเขาอยากให้นายกประยุทธ์มาบริหารประเทศ ถ้ามองว่าคนประชาธิปัตย์ต้องการส่วนใหญ่เป็นแบบที่ว่าต้องการให้ประยุทธ์มาบริหารประเทศ ประชาธิปัตย์ควรมองว่าในเมื่อคนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มีความต้องการที่จะให้นายกประยุทธ์มาเป็นประโยชน์ ถ้ายังรักษาน้ำใจของคนประชาธิปัตย์อยู่ก็ควรจะทำตามความคิดของคน แต่ว่าคนที่เชื่อมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าประชาธิปัตย์ไม่ส่งเสริมเผด็จการที่ผ่านมา  คิดว่าเป็นชั่วคราวที่ประชาชนเทเสียงให้กับพลังประชารัฐ เป็นเรื่องที่ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ที่คนส่วนใหญ่ที่อยากจะทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้ประเทศสงบ ถามว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทำงานของนายกประยุทธ์ทั้งหมดไหมก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดแต่ตอนนี้มองความมั่นคงเป็นหลัก มองความสงบ ก็เลยเทใจไป แต่เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่วิกฤติประเทศไม่มีปัญหาขณะนี้ปัญหาความมั่นคงลดลงไป 4-5 ปีข้างหน้าประเทศความแตกแยกเริ่มน้อยลง คิดว่าประชาธิปัตย์ยังอยู่ในความนิยมขึ้นอยู่กับว่า 4 ปีข้างหน้าการทำงานของประเทศจะเดินหน้าด้วยในทิศทางไหน ถ้าทิศทางของประเทศไม่ชัดเจน ยังมีความแตกแยกอยู่ คนก็ต้องเลือกความมั่นคงเป็นหลัก ประชาธิปัตย์ถ้าหากจะเดินหน้าต่อไป การเมืองที่ว่าให้อยู่ในกระแสประชาชนคิดว่าต้องมากอบกู้ประเทศในส่วนของที่ประชาชนเป็นห่วงเรื่องความมั่นคง เรื่องเศรษฐกิจต่างๆ ถ้าประชาธิปัตย์สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ก็อาจจะทำให้ประชาชนมานิยมและเลือกพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิมได้ในอนาคต

ด้านนายจัด  ทิพย์มณเฑียร  ชาวบ้านในจังหวัดยะลา กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง ผิดคาดสำหรับประชาธิปัตย์ถึงแม้รู่ว่าภายใน ความเสถียงของพรรค แนวคิดของอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค จะมองว่าขัดกับความรู้สึกอยู่บ้าง ไม่นึกว่าจะเป็นถึงขนาดนี้ แชมป์เก่าไม่ได้หมด  ความรู้สึกของตน ตนอยากจะให้แก้ปัญหาภายในก่อน ความเป็นเอกภาพของพรรค ปัญหาภายในด้วย ถ้ามีปัญหาภายในสิ่งที่สื่อสารออกมาภายนอกมีความรัก ความสามัคคี มีแนวทางที่ชัดเจน ความศรัทธาของประชาชนมีกับความซื่อสัตย์ กับอะไรต่างๆของประชาธิปัตย์ที่ยังเหนียวแน่นอยู่เยอะ คนรุ่นใหม่ๆที่เขาสื่อสารให้เขารู้ให้ได้ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร ต้องมีการสื่อสารที่ดีกว่านี้ การสื่อสารของประชาธิปัตย์ตนมองว่าจะน้อยไป ว่าประชาธิปัตย์ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้าน ยุคนี้ต้องมีการสื่อสารที่ดีกว่านี้ ให้ชาวบ้านรู้ให้ได้ว่าประชาธิปัตย์กำลังคิดอะไร ทำอะไร  ต้องขจัดปัญหาภายในให้ได้ก่อน ให้เป็นเอกภาพ แสดงจุดยืนให้ชัดเจน เหมือนครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ แสดงจุดยืนว่าผิดเวลาไปนิดหนึ่ง ประชาธิปัตย์จะขาดการประชาสัมพันธ์ ความศรัทธา ความเชื่อถือของชาวบ้านกับประชาธิปัตย์ยังมีอยู่ ความซื่อสัตย์ของนายชวน เป็นจุดขาย แต่ปัจจุบันต้องสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เข้าใจด้วยว่า ความซื่อสัตย์ของเรามีผลอะไรต่อประเทศชาติยังไง ผลงานที่ทำมันยังไม่ชัดเจน  ที่แพ้ในยะลาคือการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นตัวบุคคลตัวชี้วัดด้วย ผู้สมัครเที่ยวนี้ มีหลายพรรค ตัวบุคคลเยอะให้เลือก เป็นจุดทำให้คะแนนแตก   ตนได้คุยกับน้องๆรุ่นใหม่ว่าการเลือกตั้งต้องอย่าเลือกเหมือนกับคนเมื่อก่อน คนเมื่อก่อนจะเลือกตามๆกันมา ตามความชอบ แต่คนรุ่นใหม่จะไม่เอาอย่างนั้น เขาจะมองว่าเราเลือกไปแล้วเราไปหาเขาได้ไหม เวลามีข้อร้องเรียนสามารถไปเจอได้ไหม เข้าพบได้ไหม คนรุ่นใหม่เขาคิดอย่างนี้  ส.ส. แบบสมัยก่อนที่ว่า นานๆจะเห็นหน้าสักครั้งแบบนี้เขาไม่เอา คือแนวคิดของคนรุ่นใหม่

อับดุลการิม/อะหมัด/ยะลา

แสดงความคิดเห็น