ปริมาณน้ำในอ่างหลักลดลงอย่างน่าเป็นห่วง

ปริมาณน้ำใน 4 อ่างเก็บน้ำหลักในจังหวัดหนองคาย เหลือปริมาณน้ำในอ่างเฉลี่ยเพียงร้อยละ 45.732 พบบางแห่งมีปริมาณน้ำน่าเป็นห่วง เหลือน้ำเพียงร้อยละ12.367 ในขณะที่ผู้ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 10 ขอให้เกษตรใช้น้ำอย่างประหยัดและหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

                        สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 4 แห่งที่อยู่ในจังหวัดหนองคาย มีปริมาณน้ำภายในอ่างรวมเพียง 10.596ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 45.732 ของความจุเก็บกัก มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้เพียง 9.823 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำที่ปริมาณน้ำในอ่างเหลืออยู่มากที่สุดคืออ่างเก็บน้ำห้วยทอนตอนบน มีปริมาณน้ำภายในอ่าง 6.410 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นร้อยละ 82.179 รองลงมาคืออ่างเก็บน้ำห้วยหินแก้ว มีปริมาณน้ำ 2.338 ล้าน ลบ.เมตร คิดเป็นร้อยละ 58.450

                        ส่วนอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณเหลือในอ่างน้อยจนน่าเป็นห่วง คืออ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก เหลือปริมาณน้ำภายในอ่างเพียง 0.782 ล้าน ลบ.เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 28.43 ของความจุเก็บกักเท่านั้น และที่มีปริมาณน้ำในเหลือน้ำน้อยที่สุดคือ อ่างเก็บน้ำห้วยบังพวนที่ขณะนี้มีปริมาณน้ำในอ่างเหลือเพียง 1.066 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 12.367 แต่น้ำที่ใช้ได้มีเพียง 0.666 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น

                        ทางด้านนายคมสัน จำรูญพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 10 กล่าวว่าในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยเกษตรกรในเรื่องของภัยแล้งเป็นอย่างมาก ได้ให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ซึ่งเกษตรกรที่ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ก็ขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือลดการปลูกข้าวนาปรังที่ต้องใช้น้ำมาก แล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน หรือปลูกพืชบำรุงดิน เช่นปอเทือง และหญ้าที่เป็นพืชบำรุงดินที่ให้ไนโตรเจนสูง ซึ่งกระทรวงเกษตรพร้อมทั้งการช่วยเหลือภัยแล้ง และให้การสนับสนุนการปลูกพืชบำรุงดิน.

…………………..

กำธร  กองสมบัติ / หนองคาย

แสดงความคิดเห็น