“คำพา นาคำมูล” เล่าเหตุการณ์นาที ! ‘ไอ้โอ’ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ

อุบลราชธานี -“คำพา นาคำมูล” เซลล์แมนบริษัทขายรองเท้า เล่าเหตุการณ์นาที
! ‘ไอ้โอ’ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงคำเขื่อนแก้
อำเภอคำเขื่อนแก้ว  จังหวัดยโสธร ซึ่งอยู่ในรถยนต์ตลอด
หลังเจ้าหน้าที่วิสามัญแล้วจึงลงจากรถ ด้าน ผกก.สส.ภ.จ.อุบลฯ
แจงข้อเท็จจริงมีสื่อบางฉบับและกระแสข่าวในโซเชียลระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ตามรถของนายคำภามาตั้งแต่ต้นนั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 มีนาคม
ที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี
พร้อมด้วย นายคำพา นาคำมูล อายุ 28 ปี อาชีพเซลล์แมน บริษัทขายรองเท้า
คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฒฏ
5712 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกนายสมศักดิ์ หรือโอ เล็ดรอด
วิ่งหนีการจับกุมขึ้นไปบนรถยนต์
ขณะจอดติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกไฟแดงคำเขื่อนแก้ว  อำเภอคำเขื่อนแก้ว
จังหวัดยโสธร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาทันและได้วิสามัญคนร้ายถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ
ร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงและเล่านาทีระทึกในช่วงเจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย

พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลฯกล่าวว่า เมื่อวันที่ 3
กุมภาพัน 2562 นายสมศักดิ์ หรือโอ เล็ดรอด อายุ 28 ปี พร้อมพวกร่วมกัน 7
คน ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 33 ปี
จนถึงแก่ความตาย จากนั้นได้ร่วมกันนำศพนายชัยประสิทธิ์ ไปฝังภายในเขต
อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดยกเว้นนายสมศักดิ์
หรือโอ เล็ดรอด ได้หลบหนีมาอยู่ในเขต อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ
และจังหวัดอุบลราชธานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราปราการ
ได้เดินทางติดตามมายัง จ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี
และได้ประสานกำลังบูรณาการในการปฏิบัติ ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม
เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืน จี้เจ้าของอู่ซ่อมรถที่
อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังติดตามมาถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเซบาย
ต.หนองเหล่า อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ รถของนายสมศักดิ์เกิดเครื่องยนต์น็อค
จึงไม่สามารถขับต่อไปได้
จึงเปิดประตูรถและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านหลบหนี
มาถึงบริเวณบ้านหนองสุ่ม ต.หนองฮ่าง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลฯ
นายสมศักดิ์ฯได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์กระบะ
ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ด้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน บล 708
อุบลราชธานี แล้วขับหลบหนีมุ่งหน้ามาทาง อ.คำเขื่อนแก้ว
จ.ยโสธรจนกระทั่งมาถึงที่บริเวณ สี่แยกไฟแดงคำเขื่อนแก้ว อ.คำเขื่อนแก้ว
จ.ยโสธร ซึ่งขณะนั้นเป็นสัญญาณไฟแดง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด นายสมศักดิ์ฯ เห็นว่า
จะหนีไม่รอด จึงได้ทิ้งรถกระบะ
จากนั้นได้วิ่งไปเปิดประตูรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์เงิน
หมายเลขทะเบียน ฒฏ 5712 กรุงเทพมหานคร ของนายคำพา นาคำมูล อายุ 28 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 20 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี
อาชีพเซลล์แมน บริษัทขายรองเท้า ที่จอดติดไฟแดง
เพื่อจะจี้บังคับเพื่อจะใช้ในการหลบหนีเจ้าหน้าที่ที่ไล่ติดตามมาเห็นว่าการกระทำของนายสมศักดิ์
หรือโอ เล็ดรอด เป็นการกระทำที่อุกอาจ และมีการใช้อาวุธปืน
ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ในการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ
จึงได้ใช้อาวุธปืน ยิงยับยั้งการกระทำของนายสมศักดิ์
เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สส.ภ.จ.อุบลฯกล่าวว่า
ระหว่างที่มีการไล่ล่าเพื่อจับกุมตัวคนร้ายนั้นมีการยิงปืนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตลอด
เมื่อคนร้ายขับรถหลบหนีไปจอดติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกไฟแดงคำเขื่อนแก้ว
อำเภอคำเขื่อนแก้ว  จังหวัดยโสธร ไปไม่ได้คนร้ายก็วิ่งลงจากรถไปขึ้นรถมี
นายคำพา นาคำมูล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 20 ต.ห้วยข่า
อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี อาชีพเซลล์แมน บริษัทขายรองเท้า นั่งอยู่พอดดี
เจ้าหน้าที่ตามไปถึงรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์เงิน
หมายเลขทะเบียน ฒฏ 5712 กรุงเทพมหานคร
ก็มีการยิงกันพอยิงกันเสร็จเรียบร้อย นายคำพาถึงลงจากรถ
ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ซึ่งมีสื่อบางฉบับและกระแสข่าวโซเชียลระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามรถของนายคำพามาตั้งแต่ต้น
ตามข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่และ-ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญคนร้ายนั้นนายคำพา
นั่งอยู่บนรถด้วย

นายคำพา นาคำมูล อายุ 28 ปีเซลล์แมน บริษัทขายรองเท้า
ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์เงิน
หมายเลขทะเบียน ฒฏ 5712 กรุงเทพมหานคร
เล่าว่าขณะที่ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดติดไฟแดงอยู่นั้นคนร้ายได้วิ่งมาเปิดประตูรถเข้ามานั่งพร้อมสั่งว่า
ไป ไป ไป จากนั้นก็ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น รู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูก
เมื่อเสียงปืนสงบลงพอตั้งสติได้จึงเปิดประตูรถแล้ววิ่งลงมาจากรถยนต์
หลังจากมีข่าวออกทางสื่อว่าตนเองวิ่งลงจากรถก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะวิสามัญนั้นไม่เป็นความจริ
ตนเองนั่งอยู่ในรถตลอดขณะที่มีการวิสามัญคนร้าย

แสดงความคิดเห็น