ไหว้ร้องขอชีวิตยังถูกรุมตีปางตาย วงจรปิดตามจับยกแก๊งค์

กล้องวงจรปิดชี้ชัด ยกมือไหว้ร้องขอชีวิตแล้ว แต่ยังถูกกลุ่มวัยรุ่นฟาดด้ายไม้ รุมกระทืบซ้ำๆ ปางตาย กลางสี่แยกอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ญาตินำภาพลงโซเชียลประจาน ตำรวจติดตามรวบได้ยกแก๊ง พบประวัติอยู่ระหว่างคุมประพฤติ หลายคดี

วันที่ 16 มีนาคม 2562 มีภาพกล้องวงจรปิดแชร์กันไปทั่วโซเชียลของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นภาพของกลุ่มวัยรุ่น ราว 4 – 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มารุมทำร้ายเด็กชายวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์มาเพียงลำพังคนเดียว ท่ามกลางสายตาผู้คนที่ขับรถมาติดไฟแดงกลางเมือง เทศบาลตำบลห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ จากภาพปรากฏชัดช่วงแรกเป็นวัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา รุมทำร้ายร่างกายด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ของน้องผู้ชายให้ล้มลง ก่อนที่จะเข้าไปเตะ ซ้ำ ขณะที่เด็กผู้ชายที่ถูกทำร้าย ยกมือไหว้ร้องขอชีวิต แต่อีกฝั่งไม่ฟัง ยังรุมทำร้ายต่อ ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์อีกคันขับตามมา และเข้าไปทำร้าย ด้วยการฟาดด้วยไม้ขนาดใหญ่ ยาว ลงไปที่ร่างของเด็กผู้ชายคนดังกล่าว ซ้ำๆ วนอยู่เช่นนี้ จนเด็กผู้ชายนั้น สลบลงกับพื้น ก่อนที่จะขับรถวนๆ ไปมาอยู่หลายรอบก่อนที่จะขับหนีไป ท่ามกลางสายของผู้คนที่มาจอดรถติดไฟแดง ช่วงเวลา 01.30 น. ของคืนวันที่ 15 มีนาคม 2562 จากนั้นได้มีผู้หวังดีโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยทับทัน ได้เดินทางเข้ามาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลห้วยทับทัน ทราบชื่อภายหลัง นาย เอ ( นามสมมุติ ชื่อจริง นายเกียรติศักดิ์ วันตะโคตร ) อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 บ้านเมืองน้อย หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นตำรวจได้แจ้งให้ญาติๆ ได้ทราบเรื่อง ก่อนที่จะส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่ รพ.ศรีสะเกษ เนื่องจากอาการสาหัสจากการถูกทำร้าย

ซึ่งเช้าของวันนี้ ร้อยตำรวจเอก ( ญ ) นรินทร์ วงศ์ภักดี ร้อยเวรสวนสอบสวน ร่วมกัน ร้อยตำรวจเอก ชนกานต์ สำฤทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยทับทัน ได้ทำการสอบสวนแก๊งวัยรุ่นที่รุมทำร้ายผู้อื่น ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ ลินละทัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยทับทัน, นายสมสกล ลินละทัย อายุ 24 ปี, นายกฤษฎา ลาภูตะมะ อายุ 20 ปี และ เยาวชนอีก 2 คือ นาย บี อายุ 17 ปี และนาย เค อายุ 16 ปี นามสมุติ รวม 5 คน ซึ่งทั้งแก๊ง โดยเฉพาะ นายสมศักดิ์ มีประวัติคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น เสพยาบ้า ทะเลาะวิวาท หลายคดี อยู่ระหว่างการคุมประพฤติ นำตัวมาทำการสอบสวน ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รุมทำร้ายน้องเอ จริง ซึ่งช่วงนั้นอยู่ระหว่างมึนเมา แต่ไม่มีสาเหตุก่อนทำร้าย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดย นายสมศักดิ์ ยอมเปิดปากเล่าให้ฟังว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ตามน้องชายมา พบเห็นกำลังมีเรื่องกัน ตนนึกว่าเขาทำร้ายน้องชายตน จึงได้ตรงเข้าไปใช้ไม้ฟาดไป 2 – 3 ที ก่อนที่จะพากันขับรถหนีกลับบ้านไป ยอมรับมาอยู่ในอาการมึนเมา และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแต่อย่างใด ยอมรับผิด เสียใจที่กระทำลงไป

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้สอบถามไปที่ รพ.ศรีสะเกษ และญาติๆ น้องเอ ทราบว่าขณะนี้ยังนอนอรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกคอเคลื่อน ต้องใส่เฝือก และกระดูกนิ้วก้อยข้างซ้ายแตก แขน ขา ลำตัว เต็มไปด้วยริ้วรอยบาดเจ็บ ฟกซ้ำดำเขียว ไปทั้งตัว พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ขับมาก็เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเบื้องต้นกับผู้รุมทำร้ายน้องเอ ก่อนที่จะนำส่งส่งฝากขับ รอการดำเนินคดีที่ศาลเยาวชนและเด็ก 2 คน และที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ อีก 3 คน ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส รอการสอบสวนน้องเอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วน พันตำรวจโท ธเนตร บุญช่วย รองผู้กำกับ รักษาราชการตำแหน่งผู้กำกับ สภ.ห้วยทับทัน เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราก็ออกปฏิบัติหน้าที่ในการเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ รวบรวมหลักฐานต่างๆ เก็บภาพกล้องวงจรปิดมาเพื่อการติดตามหากลุ่มคนร้าย พร้อมกับญาติ น้องเอ ได้เข้ามาแจ้งความเอาผิดกลุ่มคนร้าย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามนำตัวทั้งหมด 5 คนที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ที่ญาติๆ นำไปลงโซเชียล มาสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมาย โดยจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายต่อไป

แสดงความคิดเห็น