ไฟป่าลุกลามเป็นบริเวณกว้างก่อนไหม้สำนักสงฆ์

          ที่ยโสธรเกิดเหตุมีไฟป่าลุกลามไหม้ป่าหญ้าและใบไม้แห้งบนภูเขาก่อนจะลุกลามขยายเป็นวงกว้างกินพื้นที่กว่า 100 ไร่ ก่อนที่จะลุกลามไหม้สำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาจนทำให้มีกุฏิไม้ชั่วคราวถูกไฟไหม้จนทำให้ได้รับความเสียหายไป 2 หลัง

          เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(14 มีนาคม 2562)ได้มีไฟป่าลุกลามเกิดขึ้นที่บริเวณภูเขาใหญ่ พื้นที่บ้านหนองชุม ตำบลโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งเปลวไฟได้ลุกไหม้ป่าหญ้าและเศษใบไม้แห้งบนภูเขาลุกลามอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างกินพื้นที่บนภูเขากว่า 100 ไร่ ซึ่งเปลวไฟนอกจากจะไหม้ป่าหญ้าและใบไม้แห้งแล้วยังได้ลุกลามเข้าไปไหม้ทรัพย์สินภายในสำนักสงฆ์ดอกประคู่ภูใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขา จนทำให้มีกุฏิไม้ชั่วคราวถูกไฟไหม้เสียหายไปจำนวน 2 หลัง รวมทั้งทรัพย์สินอย่างอื่นของพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้ เช่น ผ้าสบง จีวร เสื่อที่นอนหมอนมุ้ง เครื่องอัฐบริขารต่างๆรวมทั้งบาตรพระก็ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ส่งผลให้พระสงฆ์ไม่มีกุฏิจำวัดต้องอาศัยเต็นท์เป็นที่จำวัดชั่วคราวไปก่อน นอกจากนี้แล้วยังมีต้นไม้ใหญ่บนภูเขาถูกไฟไหม้จนหักโค่นจำนวนหลายสิบต้นอีกด้วย ล่าสุดในช่วงสายวันนี้ได้มีผู้ใจบุญในอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้นำน้ำดื่มจำนวนหนึ่งไปมอบให้กับพระสงฆ์ภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้เอาไว้ให้มีน้ำดื่มได้ฉันอย่างเพียงพอเพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น ขณะที่ทางสำนักสงฆ์ก็ยังรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่

                         หลวงตาเครื่อง จันทวังโส อายุ 73 ปี พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ภายในสำนักสงฆ์ดอกประดู่ภูใหญ่ บอกว่า ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ทั้งหมด จำนวน 10 รูป แต่ในช่วงเกิดเหตุไฟไหม้สำนักสงฆ์มีตนกับพระอีกรูป รวม 2 รูป ที่อยู่ภายในสำนักสงฆ์ เนื่องจากพระสงฆ์ส่วนใหญ่ติดกิจนิมนต์ไปในหมู่บ้านจนช่วงบ่ายวานนี้ได้มีไฟป่าลุกลามมาจากทางทิศใต้ของสำนักสงฆ์และลุกลามอย่างรวดเร็วเข้ามาภายในสำนักสงฆ์ตนกับพระอีกรูปก็พยายามช่วยกันดับไฟแต่ไม่สามารถที่จะดับไฟได้เนื่องจากในระหว่างนั้นมีลมแรงจึงทำให้เปลวไฟโหมอย่างรุนแรงจนไหม้กุฏิไม้ชั่วคราวเสียหายไป จำนวน 2 หลัง โดยที่ไม่สามารถเก็บทรัพย์สินต่างที่อยู่ภายในกุฏิออกมาได้เลย ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื่อที่นอนหมอนมุ้ง สบง จีวร เครื่องอัฐบริขารต่างๆและบาตรพระ ก็ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด จนขณะนี้พระสงฆ์ไม่มีกุฏิที่จะจำวัดเลยต้องอาศัยเต็นท์เป็นที่จำวัดชั่วคราวไปก่อน ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมีชาวบ้านลักลอบเผาตอซังข้าวหรือไม่ก็อาจจะจุดไฟเผาป่าอ้อยแล้วลุกลามขึ้นไปบนภูเขา เนื่องจากบริเวณรอบๆภูเขาส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนาและป่าอ้อยของชาวบ้าน

                                                        00000000000000000000000000

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี      รายงานจากยโสธร

แสดงความคิดเห็น