ยโสธรไฟไหม้บ้านของชาวบ้านวอดไป 1 หลัง

          ที่จังหวัดยโสธรเกิดเหตุมีไฟไหม้บ้านของชาวบ้านกลางชุมชนในขณะที่เจ้าของไม่อยู่บ้านจนทำให้เปลวเพลิงลุกไหม้บ้านจนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง แต่ยังโชคดีที่เปลวเพลิงไม่ลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอีกและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

          เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา(14 มีนาคม 2562)ศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้บ้านของชาวบ้านที่บ้านสะแนน ตำบลขุมเงิน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลขุมเงินและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงได้นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 3 คัน เข้าไปช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ โดยในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้สภาพเก่าตั้งอยู่กลางชุมชนและพบว่าเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านทั้งหลังอย่างรุนแรงท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงโดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้บ้านทั้งหลังเพื่อให้อยู่ในวงจำกัดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลาฉีดน้ำดับไฟนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถดับไฟและควบคุมเพลิงเอาไว้ได้แต่เปลวเพลิงก็ได้ลุกไหม้บ้านจนได้รับความเสียหายทั้งหลัง เนื่องจากเป็นบ้านไม้สภาพเก่าจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจึงทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากเปลวไฟจะลุกไหม้บ้านเสียไป 1 หลังแล้วยังได้ลุกไหม้รถยนต์เก๋งที่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโลน่าเสียหายไปอีก 1 คันด้วย แต่โชคดีที่เปลวเพลิงไม่ลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอีกและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

                        จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าบ้านหลังดังกล่าวเจ้าของบ้าน คือ นางคำปน  มุ่งผล อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 2 บ้านสะแนน ตำบลขุมเงิน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งปกติเจ้าของบ้านจะพักอาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวแต่ในระหว่างเกิดเหตุเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านเนื่องจากเดินทางเข้าไปทำธุระในตัวเมืองยโสธร ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรเพราะก่อนเกิดเหตุชาวบ้านได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จำนวน 2 ครั้ง ก่อนจะมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณชั้นสองของตัวบ้านก่อนจะลุกลามไหม้บ้านอย่างรุนแรงโดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขนย้ายทรัพย์ภายในบ้านออกมาแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งค่าเสียหายในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

                                                          00000000000000000000000

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี            รายงานจากยโสธร

แสดงความคิดเห็น