ศาลตัดสินประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” ฆ่า “ผอ.อ้อย”

ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ พิพากษาตัดสินประหารชีวิตสถานเดียว ผู้กองเหน่ง หรือ ร้อยเอก ศุภชัย ภาโส ฆ่า ผอ.อ้อย หรือ นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ

วันที่ 14 มีนาคม 2562 ที่ ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายบุญเลิศ ยายแหลม อุ่นอ่อน ซึ่งเป็นบิดา – มารดา  พร้อมด้วยบรรดาญาติๆ ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลเกี่ยวคดี คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.81/2561 อัยการศาลจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ โดยมี จำเลย ประกอบด้วย ร้อยเอกศุภชัย ภาโส จำเลยบุคคลที่1 พร้อมด้วย นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ จำเลยที่2, นายวิฑูรย์ ท้าวแก้ว จำเลยที่3, และ นางสาวประกรรษวัต คณะพันธ์ จำเลยที่4 ในฐานความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับบัตรอีเล็กทรอนิกส์ ลักทรัพย์ รับของโจรต่อ ผอ.อ้อย หรือ นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากาด้วย

เมื่อปี 2560 กับคดีดังที่หลายคนติดตามและร่วมลุ้นกับการหาตัวให้พบ นั่นก็คือการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 60 ครอบครัวเข้าแจ้งความที่ สภ.กันทรลักษ์ และพยายามตามหาตัวแต่ก็ยังไร้วี่แวว จนกระทั่งเริ่มไล่หาเบาะแส พบเบาะแสแรกมาจากคำบอกเล่าของเพื่อน ผอ.อ้อย ว่าก่อนหายตัวไปประมาณ 1 สัปดาห์ ผอ.อ้อยได้ชวนเพื่อนให้พาไปทวงหนี้กับคนมีสีนายหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ทราบภายหลังว่าคนมีสีที่ว่านั้นคือ ผู้กองเหน่ง หรือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ที่มีหลักฐานการยืมเงินเป็นบัตรเอทีเอ็มและสเตจเม้นท์ ซึ่งถ้าหากว่าผู้กองเหน่งไม่ยอมคืน ผอ.อ้อยก็ขู่ว่าจะฟ้องผู้บังคับบัญชาให้ทราบเรื่อง ทุกคนเชื่อว่าที่ ผอ.อ้อย หายตัวไปนานกว่าที่จะรับรู้ว่าเกิดเป็นคดีฆาตกรรมจากฝีมือคนสนิท ร้อยเอก ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผบ.กองกำลังสุรนารีที่ดูแลเขตชายแดนไทย – กัมพูชา อยู่แถบนี้ที่มาพบว่ามีความรู้จักสนิทสนมกันถึงขนาดให้มีการหยิบยืมเงินทองกันไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยจากข้อมูลการสอบสวนพยานชี้ชัดว่า นายทหารดังกล่าวเป็นผู้ที่ทำร้าย จากการที่ ผอ.อ้อย เข้าไปทวงเงินที่ยืมกันถึงในค่ายทหาร ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะหายตัวไป พร้อมรถยนต์ และทรัพย์สิน เงิน ทอง จนมาสู่การจับกุมนายทหาร และฝากขังที่เรือนจำจังหวัดกันทรลักษ์ ก่อนที่จะนัดหมายมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้

โดยศาลได้ได้ขึ้นนั่งบรรลัง เริ่มคำพิพากษา สรุปได้ใจความตามเอกสาร ที่ นายพายับ สนองไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่า ร้อยเอกศุภชัย ภาโส จำเลยบุคคลที่1 กระทำความผิดฐานหน่วงเนี่ยว หรือกักขัง ทำให้ผู้ตายปราศจากเสรีภาพในร่างกายและฆ่าผู้ตาย ฐานลอบฝั่งซ่อนเร้น ย้าย  หรือทำลายศพ หรือ ส่วนของศพ เอปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ฐานทำให้เสียหายเคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ฐานลักทรัพย์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ฐานลักทรัพย์รถยนต์ สร้อยคอทองคำ หนัก 2 สลึง 1 เส้น แหวนทองคำ หนัก วงละ ครึ่งสลิง 4 วง เงินสด 11,774.-บาท และ 1,620.-บาท ฐานเอาไปเสียซึ่งเกสารใดของผุ้ตาย ฐานเอาไปเสียหรือยึดไว้ ซึ่งบัตรประจำตัวประชาชน ของผุ้อื่น ฐานปลอมเอกสาร ฐานฉ้อดกงโดยสดงตนเนบุคคบลอื่น ฐานเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งระบบ และข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่1 สถานเดียว ยกฟ้องจำเลยที่ 2 – 4 ในคดีส่วนแพ่ง ให้จำเลยที่1 ชำระค่าปลงศพ และค่าใช้จ่าย อันจำเป้นอย่างอื่นๆ แก่โจทก์ร่วม ทั้ง 4 เป็นเงิน 300,000.-บาท ชำระค่าอาจะไร้อุปการะแก่โจทก์ร่วมที่1 เป็นเงิน 324,000.-บาท ชำระค่าขาดไร่อุปการะแก่โจทก์ร่วมที่2 เนเงิน 216,000.-บาท ชำระค่าขาดไร่อุปการะ และขาดแรงงานในครัวเรือน แก่โจทก์ร่วมที่3 เป็นเงิน 216,000.-บาท และชำระค่าขาดไร้อุปการะ แก่โจทก์ร่วมที่4 เป็นเงิน 1,320,000.-บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายบุญเลิศ ยายแหลม อุ่นอ่อน ซึ่งเป็นบิดา – มารดา  นางสมปอง อุ่นอ่อน พี่สาว ผอ.อ้อย และสามี พร้อมด้วยบรรดาญาติๆ พึ่งพอใจเป็นอันมาก ได้ทยอยเดินออกมาจากศาล โดยแสดงความรู้สึกว่าพอใจมากในคำตัดสินของศาลในวันนี้ ส่วนฝ่ายเขาจะต่อสู้ต่อเช่นไรก็พร้อมที่จะสู้ต่อเช่นกัน แต่วันนี้พอใจแล้ว

แสดงความคิดเห็น