“สุริยะ” นำทีมผู้สมัคร ส.ส. 2 เขต ปราศรัยหาเสียงมั่นใจกวาด 40 ส.ส.ภาคอีสาน

มุกดาหาร-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ นำทีมผู้สมัคร ส.ส. 2 เขตจังหวัดมุกดาหาร ปราศรัยหาเสียงมั่นใจกวาด 40 ส.ส.ภาคอีสาน


เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ที่สนามกีฬาหน้าเทศบาลตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ นำทีม ส.ส. 2 เขตเลือกตั้งของจังหวัดมุกดาหาร เขต 1 นายวีระพงษ์ ทองผา เบอร์ 2 เขต 2 นายทวีศักดิ์ ประทุมลี เบอร์ 1 พร้อมด้วยนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการผู้บริหารพรรค พปชร. และคณะร่วมกันปราศรัยหาเสียง มีประชาชนมาร่วมฟังประมาณ 8,000 คน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เคยมาหาเสียงที่มุกดาหาร กับนายกทักษิณ สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย ปรากฏว่า มีปัญหาความยากจนของประชาชนมีอยู่มาก ปัจจุบันก็ยังมีคนเป็นหนี้มากเหมือนเดิม ก่อนนี้มีพรรคเพื่อการแข่งขันเพียงสองขั้ว คือ พรรคไทยรักไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ใครเป็นฝ่ายค้านก็คอยจ้องล้มรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลจึงไม่ค่อยมาดูแลประชาชนเพราะคอยป้องกันตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา พรรค พปชร.จึงขอเสนอตัวเป็นทางเลือก เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง คนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านปลายปีที่ผ่านมา พี่น้องชาวอีสานต้องกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้าน จะต้องเสียค่านายหน้าให้กับนายทุนร้อยละยี่สิบ ถ้าหากได้เป็นรัฐบาลจะชะลอดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนหมู่บ้านโดยจะพักหนี้ให้ 3 ปี ชาวบ้านไม่ต้องจ่าย ถ้าได้เป็นรัฐบาลแล้ว จะมีทีมเศรษฐกิจหลายคนมาทำงาน เพื่อให้กระทรวงการคลังมีเงิน เมื่อรัฐบาลมีเงินจะให้รัฐบาลยกเลิกหนี้ที่ชะลอไว้ และจะเสนอให้มีกองทุนประชารัฐ จะมีวงเงินหมู่บ้านละ 2 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านให้กู้ได้ 30,000 บาท แต่กองทุนประชารัฐ จะสามารถให้กู้ได้ 60,000 บาท ดอกเบี้ยถูก ถ้าหากว่าเศรษฐกิจดีขึ้นก็จะยกหนี้ให้


สำหรับโครงการมารดาประชารัฐ ถ้าตั้งครรภ์รับเงิน 3,000 บาท ท้อง 9 เดือน จะได้ 27,000 บาท วันคลอด 10,000 บาท และจะดูแลลูก เดือนละ 2,000 บาท จำนวน 6 ปี รวมแล้วเมื่อมีบุตร จะมีเงิน 110,000 บาท/คน ถ้าเป็นลูกแฝดจะเพิ่มให้ 1 เท่า นอกจากนี้ทางรัฐบาลมีเงินช่วยเหลือปีใหม่ คนละ 500 บาท ในช่วงสงกรานต์ ถ้าเป็นไปได้ก็จะให้เงินพิเศษกับชาวบ้านฉลองสงกรานต์ ตลอดจนบัตรประชารัฐมีวงเงินให้ประชาชน 300 – 500 บาท ทางรัฐบาลจะขยายวงเงินให้ เป็นบัตรประชารัฐตลอดชีวิต ชั่วลูกชั่วหลาน เป็นการเติมเงินให้เต็มที่ โดยจะให้มีการสำรวจ ว่าคนไหนจนจริง ถึงจะให้ราคาข้าว สำหรับชาวนา จะได้ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,500 บาท ที่นาจำนวน 12 ไร่ จะได้เงิน 18,000 บาท คิดว่าน่าจะน้อยไป ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะเพิ่มให้อีกไร่ละ 2,000 บาท จะให้ค่าปลูกข้าว 1,500 บาท/ไร่ ถ้า 20 ไร่ จะได้ 20,000 บาท เวลานี้ลูกหลานของชาวบ้านไปทำงานต่างจังหวัดกันมาก จะเสนอแก้ปัญหาให้ ถ้าได้เป็นรัฐบาล ส่งเสริมให้มีโรงงานในจังหวัดให้มาก พร้อมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ ถ้าท่านอยากให้ทำจะต้องเลือก ส.ส.พรรค พปชร.ยกจังหวัด จะได้เป็นแกนนำรัฐบาล ถ้าไม่ได้เป็นแกนนำ ก็ไม่สามารถทำได้
นายสุริยะ ฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในวันนี้เป็นวันที่ 2 ได้มาเยี่ยมพี่น้องชาวอีสาน 3 จังหวัด คือจังหวัดสกลนคร มุกดาหร และนครพนม ซึ่งจากการที่ได้มีโอกาสพบปะกับชาวบ้าน พบผู้สมัคร และพบกับแกนนำได้สะท้อนถึงปัญหาว่าชาวบ้านชอบนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะเรื่องของบัตรประชารัฐที่ทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น อีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการช่วยเหลือชาวนา ราคาที่จะให้ค่าเก็บเกี่ยว รวมถึงค่าปลูกข้าว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องชอบใจ และอีกเรื่อง โครงการมารดาประชารัฐ เป็นอีกโครงการที่ชาวบ้านทั้ง 3 จังหวัดชื่นชอบมาก ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 3 จังหวัด มีผู้สมัคร ส.ส. 12 เขต สู้ได้ทุกเขต และเสียงตอบรับทำให้มั่นจะทำให้ใน 3 จังหวัดที่ตั้งเป้าหมายไว้ในภาคอีสาน ที่ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสานดูแลอยู่ ตั้งเป้าหมายไว้ 60 คน เป็น ส.ส.เขต 40 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 คน เชื่อว่าเป็นไปได้และมั่นใจจะกวาด ส.ส. อีสานได้ทั้งหมด 60 คน นายสุริยะ ฯ กล่าว ..

******************
อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ / มุกดาหาร

แสดงความคิดเห็น