รองแม่ทัพภาคที่ 2 สำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวรับมือภัยแล้ง

รองแม่ทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ สำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวและติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  พบปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว และอ่างเก็บน้ำทุกแห่งพ้นวิกฤต มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ ร่วมกับ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน และบริเวณพื้นที่กักเก็บน้ำ

จากนั้นร่วมประชุมรับฟังผลการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และแนวทางการแก้ไขปัญหาของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนลำปาว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาฬสินธุ์ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.กาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รายงาน ก่อนเดินเท้าสำรวจปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว

พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม รองแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในแต่ละภูมิภาค ที่ปริมาณน้ำเหลือน้อย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน รัฐบาลจึงได้สั่งการให้กองทัพบก สำรวจสถานการณ์น้ำและเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ โดยกำชับจุดที่มีปัญหาให้เตรียมกำลังพล และมอบหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับดูแล ทั้งนี้จากการสำรวจแหล่งน้ำในภูมิภาคนี้ พบเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่เป็นแหล่งต้นน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ด้านล่างและลำน้ำชี เข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำ ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำประมาณ 40% ซึ่งถือว่าเพียงพอในการใช้ตลอดฤดูแล้ง และหากพื้นที่ด้านล่าง คือ จ.ยโสธร ประสบปัญหาขาดแคลน ยังจะสามารถระบายน้ำลงไปช่วยตลอด 4 เดือนข้างหน้าได้อย่างไม่มีปัญหา

พล.ต.ธเนศ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เช่น ภาวะน้ำตามอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เพื่อไม่ใช้พืชผล สัตว์เลี้ยง ได้รับผลกระทบและเสียหาย ประชาชนทั้งในเขตใช้น้ำชลประทานและนอกเขตชลประทาน มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และเฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น พายุฤดูร้อน และอัคคีภัย  ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และอาจจะสร้างความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในช่วงหน้าแล้งนี้

ทั้งนี้จากการรายงาน เขื่อนลำปาว มีปริมาณกักเก็บน้ำ 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันปริมาณน้ำประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 40% น้ำใช้การได้ประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายวันละ 4.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 แห่ง ภาพรวมเหลือน้ำประมาณ 26% อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 205 แห่ง ภาพรวมเหลือน้ำประมาณ 51% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์กลาง เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งปีนี้ สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จึงไม่น่าเป็นห่วง

พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ ร่วมกับ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน และบริเวณพื้นที่กักเก็บน้ำ พบปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว และอ่างเก็บน้ำทุกแห่งพ้นวิกฤต มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง

ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์

แสดงความคิดเห็น