ตร.รวบหนุ่มวัย 27 ตระเวนกระชากกระเป๋าทำเหยื่อรถล้มบาดเจ็บหลายรายอ้างหาเงินซื้อให้ลูก

ตำรวจ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รวมหนุ่มวัย 27 ขับ จยย.ตระเวนกระชากกระเป๋าเหยื่อที่เป็นผู้หญิงขับรถลำพังในที่เปลี่ยว จนเหยื่อเสียหลักรถล้มบาดเจ็บหลายราย อ้างนำเงินไปซื้อนมให้ลูกสาววัย 11 เดือน เพราะภรรยาไม่ได้ทำงาน เผยทำใจไว้แล้วว่าสักวันจะต้องถูกจับได้

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผู้กำกับการ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.ท.ชาลี ปรังประโคน รองผู้กำกับ สภ.นางรอง , พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รองผู้กำกับ(สืบสวน) สภ.นางรอง , พ.ต.ท.เทพ บวชกระโทก รองผู้กำกับ(สอบสวน) และ ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ได้นำตัวนายคมสันต์ วงศ์มะเอี่ยม หรือนา อายุ 27 ปี ชาว ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาคดี “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการสะดวกแก่การทำความผิดหรือการนำพาทรัพย์นั้นไป” ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบติดตามจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า สีชมพูดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน ที่ใช้ในการประกอบเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนกระชากกระเป๋าเหยื่อหลายราย


โดยพฤติการณ์ก่อเหตุ ผู้ต้องหาจะขับรถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามถนนสายต่างๆในเขตตำบลนางรอง เมื่อเห็นเหยื่อซึ่งเป็นผู้หญิงขับขี่รถจักรยานยนต์ มาตามลำพังพอสบโอกาสก็จะขับรถไปประกบ แล้วลงมือกระชากกระเป๋า ซึ่งส่วนใหญ่ช่วงที่กระชากกระเป๋ารถของเหยื่อจะเสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บ และเมื่อได้ทรัพย์สินแล้วผู้ต้องหาก็จะขับรถหลบหนีไป ซึ่งมีผู้เสียหายที่ตกเหยื่อเข้าแจ้งความหลายราย
หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบ ก็ได้ออกสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายมาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุตระเวนวิ่งราวทรัพย์ คือ นายคมสันต์ พักอยู่ห้องพักแห่งหนึ่งบนถนนมิตรอารีย์ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จึงเดินทางไปตรวจสอบ ก็พบผู้ต้องหาอยู่ในห้องพักดังกล่าวซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล
ซึ่งผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนตระเวนวิ่งราวทรัพย์ตามจุดต่างๆ มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง โดยอ้างว่าหาเงินไปซื้อนมให้ลูกสาววัย 11 เดือน เนื่องจากภรรยาไม่ได้ทำงาน และทำใจไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี ขณะผู้เสียหายที่ทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายกระชากเป๋าได้แล้ว ก็ได้เดินทางมาชี้ตัวหลายราย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการสะดวกแก่การทำความผิดหรือการนำพาทรัพย์นั้นไป”

สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น