กยท. จับมือ ปตท.เปิดจุดขายผลิตภัณฑ์ยางแห่งที่ 2 ของประเทศเพิ่มช่องทางจำหน่าย

กยท. จับมือร่วมกับ ปตท. เปิดจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพารา พัฒนาเกษตรกรไทย ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแห่งที่ 2 ของประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพารา ช่วยเหลือสถาบันเกษตรกร


วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.), นายพีรวัฒน์ วชิโรภาสนันท์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารสถานีบริการส่วนภูมิภาค บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) , นายชัยศรี โชติรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทำพิธีเปิด “จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพารา พัฒนาเกษตรกรไทย” ณ สถานีบริการ พีทีที. บริษัท เอ.บี.ปิโตรเลียม จำกัด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นแห่งที่สองของประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางให้กับสถาบันเกษตรกร โดยภายในงานได้มีการนำผลิตภัณฑ์ยางพารา จากสถาบันเกษตรกร เช่น หมอนยางพารา รองเท้ายางพารา ดอกหญ้าแห้ง กระเป๋ายางพารา พรมรองอาสนะ ของเล่น อุปกรณ์เพื่อสุขภาพจากยางพารา และสินค้าอื่น ๆ มาจำหน่ายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง และทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมยางพาราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กยท.ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางรวมกลุ่มกันในรูปแบบสถาบันเกษตรกร เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา เพิ่มมูลค่า และยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรในการหาพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพารา ภายใต้โครงการ “จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราพัฒนาเกษตรกรไทย” และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ปีที่ 2 โดยอาศัยความร่วมมือระหว่าง การยางแห่งประเทศไทย และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จ้ากัด (มหาชน)


ซึ่งคาดว่าจะเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้มีการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราให้แก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยสามารถเปิดขายในพื้นที่ขายในปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เป็นระยะเวลา 4 เดือน สามารถลดค่าใช้จ่ายในการหาพื้นที่จำหน่าย เพิ่มรายได้ มีช่องทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น

ส่วนในปีนี้มีสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเข่าร่วมโครงการตามจุดจำหน่ายกระจายทั่วทุกภาค ทั่วประเทศ จำนวน 25 แห่ง โดยมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสถาบันเกษตรกร เช่น หมอนยางพารา รองเท้ายางพารา ของเล่น อุปกรณ์เพื่อสุขภาพจากยางพารา และสิ้นค้าอื่นๆ สามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางให้ดีขึ้น

สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น