กาฬสินธุ์รวบแล้วพ่อค้าหมูเชิดเงิน 2 แสนเบี้ยวส่งเนื้อหมูงานบวช

ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ตามรวบตัวเสี่ยใหญ่ พ่อค้าหมูแสบเชิดเงินกว่า 2 แสนบาทเบี้ยวส่งเนื้อเลี้ยงแขกทำงานบวชป่วน 4 งาน จนถูกชาวบ้านแจ้งความแจ้งจับ สุดท้ายหนีไม่รอดถูกรวบคาบ้านพัก สารภาพนำเงินไปใช้ส่วนตัวหมด ไม่มีซื้อเนื้อหมูให้ลูกค้าเลี้ยงแขกงานบวช และไม่มีเงินคืน ถูกจับฝากขังสิ้นอิสรภาพ


ความคืบหน้าชาวบ้านหนองบัว ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานบวช 4 ราย ทำการเซนสัญญาตกลงซื้อหมูจากพ่อค้ารายหนึ่งใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนำมาเลี้ยงแขก แต่กลับถูกพ่อค้าเบี้ยวไม่นำเนื้อหมูมาส่ง จนทำให้งานบวชทั้ง 4 งานป่วนไปตามๆกัน เนื่องจากไม่มีอาหารเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน สูญเงินไปกว่า 201,000 บาท พร้อมทั้งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อค้าหมูคนดังกล่าวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับ พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ รักษาการในตำแหน่ง ผกก.สภ.ยางตลาด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เข้าควบคุมตัวสมยศ เหล่าแสลง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.5 ต.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พ่อค้าหมู ที่ถูกกล่าวหาว่าทำสัญญาซื้อขายหมูกับชาวบ้านจำนวน 4 ราย เพื่อตกลงนำหมูมาส่งในงานบวช แต่กลับได้เงินไปแล้วไม่นำเนื้อหมูมาส่งตามที่นัดหมาย จนถูกชาวบ้านแจ้งความจับ


โดยเจ้าหน้าที่ได้ไปคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่นำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนสภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์เพื่อสอบปากคำ ทั้งนี้เบื้องต้นนายสมยศ ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ หรือข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าว แต่รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ทำสัญญาซื้อขายกับชาวบ้านที่เป็นเจ้าภาพงานบวชที่บ้านหนองบัว ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์จำนวน 4 ราย และชาวบ้านได้มีการจ่ายเงินมาให้แล้ว 201,000 บาทจริง โดยมีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวด้วย
ด้าน พ..ต.ท.ปฏิวัติ ประวิเศษ รอง ผกก.สภ. (สอบสวน) สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายสมยศ เบื้องต้นได้รับสารภาพว่าได้ทำสัญญาและเอาเงินกับชาวบ้านมาจริง โดยบอกกับชาวบ้านทั้ง 4 รายว่าจะนำหมูมาส่งในงานบวชตามสัญญา ซึ่งจะนำมาไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับวันเวลาที่จัดงานบวช บางรายวันที่ 7 ก.พ. บางรายวันที่ 8 ก.พ.และบางรายวันที่ 9 ก.พ. แต่พอถึงวันนัดกับเจ้าภาพงานบวชหรือผู้เสียหาย กลับไม่นำเนื้อหมูมาส่ง ทั้งนี้จากการสอบปากคำ ทราบว่านายสมยศมีปัญหาทางการเงิน เมื่อนำเงินจากผู้เสียหายไปแล้วจึงไม่มีเงินหมุนเวียนไปซื้อเนื้อหมูมาส่งเจ้าภาพ จึงทำให้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกดังกล่าว ส่วนที่จะเคยมีประวัติก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ยังอยู่ในขั้นของการติดตามสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากมีผู้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อก็สามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่โรงพักในพื้นที่ได้ทันที


พ..ต.ท.ปฏิวัติ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จากการตามสอบถามเบื้องต้นกับทางเจ้าทุกข์และสอบปากคำผู้ต้องหา จะสามารถตกลงความความกันได้ แต่เมื่อผู้ต้องหาไม่มีเงินจำนวน 201,000 บาท มาคืนให้กับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง และนำไปพิมพ์นิ้วมือ ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาล จ.กาฬสินธุ์ต่อไป
ด้านนายไกรวัลย์ ภูประวัติ อายุ 49 ปี พี่เขยนางประทุมทอง อิสาสตร์ เจ้าภาพงานบวช กล่าวว่า ผู้เสียหายทุกคนต้องการเงินคืนเท่านั้น ส่วนข้อหาอื่นและคดีทางอาญาขึ้นอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหา แต่ในเมื่อไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ และนายสมยศฯ พ่อค้าหมูไม่มีเงินนำมาคืนให้ ก็ฝากความหวังไว้กับกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ที่จะดำเนินการตามขึ้นตอน


“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เจ้าภาพงานบวชถูกพ่อค้าขายเนื้อหมูหลอกทำสัญญา แล้วนำเงินกว่า 2 แสนหนีไป แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่ยังไม่สิ้นสุด เพราะไม่มีเงินนำมาคืน ต้องเสียโอกาส เสียเวลาให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำอีก ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้ประชาชนทั่วไปได้ระวังตัว เพราะเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการ โดยก่อนที่จะทำสัญญานั้นนายสมยศได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเป็นเสี่ยพ่อค้าหมู เปลี่ยนรถยนต์หลายคัน และหลังจากเซ็นสัญญาและรับเงินไปแล้ว ก็จะพาลูกค้าที่เป็นชาวบ้านขับรถตะเวนไปดูตามฟาร์มหมูในสถานที่ต่างๆ แต่ไม่ใช่ฟาร์มของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สุดท้ายเป็นเพียงเสี่ยกำมะลอ หลวกลวงชาวบ้านที่หลงเชื่อ ทำให้เดือดร้อน และสูญเสียเงินทองอย่างนี้” นายไกรวัลย์กล่าวในที่สุด

แสดงความคิดเห็น