คำเปียว พืชทนแล้งชอบอากาศร้อน ปลูกหลังนาราคาสูง

เกษตรกรในศรีสะเกษ ทดลองปลูก คำเปียว พืชทนแล้งชอบอากาศร้อน แสงแดด ปลูกเป็นพืชหลังการทำนาส่งขายต่างประเทศราคาสูง หรือจะบริโภคในครัวเรือน อร่อย บำรุงสุขภาพ ทานแล้วทำให้อายุยืน ผิวพรรณเต่งตึง

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ แปลงนาบ้านเห็นอ้ม ตำบลโพนยาง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ นางวิชามญธุ์  แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุริยา สำเภา กำนันตำบลโพนยาง, นายสงวน พรมจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ และนายชั้น ไกรวิเศษ รองประธานกลุ่มฯ ได้ประชุมกลุ่มเกษตรกร – กลุ่มวิสาหกิจบ้านเฮา และผู้ที่สนใจในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย พืชหลังฤดูการทำนา เพื่อการมีรายได้เสริม ดีกว่าที่จะปล่อยแปลงนาทิ้งไว้เสียเปล่าครึ่งค่อนปี หน้าแล้งนี้จะนำพืชที่ชอบอากาศร้อนของภาคอีสาน ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย นั้นก็คือ คำเปียว หรือ น้ำเต้ายักษ์ ที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี มีราคา มีอนาคต สามารถรับประทานสดๆ ก็ได้ ผัดใส่หมู ใส่ไก่ ผัดใส่กุ้งอร่อยมาก ต้ม ยำทำแกงได้หมด แถมบำรุงสุขภาพ หรือ จะนำมาตากแดด 1 แดด บรรจุถุงส่งขายที่ประเทศญี่ปุ่น มีพ่อค้าคนกลางเปิดรับซื้อแบบรับไม่อั้น ในราคากิโลกรัมละ 170.-บาท ขนาดของลูกคำเปียวจะโตเต็มที่ราวเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 – 30 เซนติเมตร นำมาปลอกเปลือก ก่อนสไลน์เป็นเส้นกว้าง ราว 2 เซนติเมตร ยาวได้ถึง 2.50 เมตร และเมื่อตากแห้งแล้ว ยังสามารถนำมาทำก๋วยจั๊บหมูไก่กุ้งขายได้ หรือผัดซอสเฉยๆ ผัดไฟแดง รสชาติอร่อยมาก เพราะมีความหวานในตัวของเนื้อคำเปียว โดยเฉพาะผู้ที่ทานเจ จะชอบมาก ทั้งทานสด และผัดน้ำมันงา

นางวิชามญธุ์ แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรได้พากันไปศึกษาดูงานที่จังหวัดขอนแก่น และได้นำผลของการวิจัยพืชหลังนามาทดลองให้เกษตรกรชาวจังหวัดศรีสะเกษได้ปลูกเพื่อลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญจะต้องเป็นพืชที่ทนแล้ง ชอบอากาศร้อน เนื่องจากจังหวัดศรีสะเกษ ภาคอีสานอากาศจะร้อนมากหลังฤดูการทำนา ซึ่งวันนี้พบว่า คำเปียว หรือ น้ำเต้ายักข์ เป็นพืชที่ทนแล้ว ชอบอากาศร้อน แต่ให้ผลผลิตดี ปลูกในแปลงสวนปกติ ไม่ต้องยกร่อง จะคล้ายๆ ปลูกแตงโม เถ้าจะเลื่อยไปตามผิวดิน และจะออกลูกตรงข้อกิ่ง และต้นหนึ่งๆ ก็ไม่ควรเอาไว้เยอะ เพราะลูกจะติดดกมาก ควรตัดทิ้ง เหลือไว้เพียงต้นละ  2 – 3 ลูกก็พอ เพราะหากเอาไว้เยอะลูกจะไม่โตพอที่ตลาดต้องการ ขนาดของลูกคำเปียวจะโตเต็มที่ราวเส้นผ่าศูนย์ กลาง 20 – 30 เซนติเมตร นำมาปลอกเปลือก ก่อนสไลน์เป็นเส้นกว้าง ราว 2 เซนติเมตร ยาวได้ถึง 2.50 เมตร นำมาตากแดด 1 แดด บรรจุถุงส่งขายไปที่ประเทศญี่ปุ่น รับซื้อไม่อั้น ในราคากิโลกรัมละ 170.-บาท

นายสงวน พรมจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ เจ้าของสวนคำเปียว เล่าว่า ตนได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานการปลูกคำเปียวกับสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เกิดติดใจ และเชื่อว่าตนก็น่าที่จะปลูกได้ ก็เลยซื้อพันธุ์มาทดลองปลูก ปีนี้เป็นปีแรก ก็ได้ลูกคำเปียวอย่างที่เห็นนี้แหละครับ ลูกโต สวยงาม จากนั้นสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ก็มาแนะนำในการแปรรูปเป็นเส้นคำเปียวแห้ง โดยการนำลูกคำเปียวมาปลอดเปลือก ก็ที่จะสไลน์ให้เป็นเส้นๆ ซึ่งจับดูเส้นเนื้อคำเปียว อ่อนนุ่มมือ หอมอ่อนๆ รสชาติดีมาก ตนได้ทดลองทานสดๆ รสชาติอร่อย นุ่ม นืดๆ นำไปผัดใส่กุ้ง ทานกับครอบครัวอร่อยมาก และทดลองนำเส้นคำเปียวที่ตากแห้งแดดเดียวมาทำเป็นเส้นก๋วยจั๊บหมู อร่อยมากเช่นกัน ดีกว่าเส้นก๋วยเตียวเลย และไปศึกษาดูจากเอกสารการวิจัย บอกว่าทนคำเปียวแล้ว ผิวพรรณจะผ่องใส อารมณ์ดี สดชื้น อายุยืนด้วย ไม่อ้วน ไม่มีไขมัน เป็นพืชคล้ายๆ แตงไทย คล้ายเมร่อน แต่ไม่ใช่ คล้ายแคตาลูปแต่ไม่เชิง เนื้อจะแน่กว่า ไม่มีกลิ่นแรง ตนเชื่อว่าหากเกษตรกรในภาคอีสานได้ปลูกจะสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี ลงทุนไม่มาก แต่ผลตอบแทนคุ้ม

แสดงความคิดเห็น