ยโสธร-แข่งขันบีบขนมจีนแบบโบราณ

         อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร จัดการประกวดแข่งขันบีบขนมจีน หรือบีบข้าวปุ้นแบบโบราณ เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีวิถีการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณให้คนรุ่นหลังได้รู้จักเรียนรู้ขั้นตอนของการบีบข้าวปุ้น

         นายจารุวัตร  ภูแก้ว นายอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ได้มีการจัดการประกวดการแข่งขันบีบขนมจีน หรือ บีบข้าวปุ้นแบบโบราณ ขึ้นภายในงานตำนานข้าวอินทรีย์วิถีกุดชุมบุญกุ้มข้าวใหญ่ ของอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีวิถีการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณของชาวอีสานที่เคยปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณแต่ปัจจุบันการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณได้เลือนหายไปจากวิถีชีวิตของคนอีสานเนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ที่สำคัญยังเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้รู้จักเรียนรู้ขั้นตอนของการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณอีกด้วย ซึ่งได้มีตัวแทนจากตำบลต่างๆในอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ จำนวน 6 ทีม ตำบล ทีมละ 5 คน โดยมีกติกาว่าการบีบขนมจีนต้องใช้เครื่องมือบีบด้วยแรงคนหรือแบบโบราณเท่านั้นส่วนจะใช้เตาถ่านเตาฟืนหรือเตาแก็สก็แล้วแต่ละทีมจะสะดวกหาได้ การแต่งกายของผู้เข้าแข่งขันต้องแต่งกายชุดผ้าไทยพื้นเมืองตามวิถีชุมชนและใช้เวลาแข่งขันไม่เกิน 30 นาที ส่วนเกณฑ์การตัดสินของกรรมการจะพิจารณาจากความร่วมมือประสานงานกันภายในทีม 20 คะแนน การแต่งกายสวยงามเป็น

เอกลักษณ์ 20 คะแนน เส้นขนมจีนสม่ำเสมอพอดีมีความอ่อนนิ่ม กลิ่นหอมไม่แข็งไม่แฉะและรสชาติอร่อย 20 คะแนน ภายในระยะเวลาที่กำหนด 20 คะแนน และคะแนนพิเศษการจัดภาชนะที่สวยงามสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมให้คณะกรรมการชิมพร้อมกับน้ำยาขนมจีน ผัก เครื่องเคียง อร่อยถูกใจของคณะกรรมการอีก 20 คะแนน รวม 100 คะแนน ซึ่งแต่ละทีมที่เข้าร่วมแข่งขันก็ต่างงัดเอาเคล็ดลับสูตรเด็ดของตนออกมาโชว์ฝีมือการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณให้คณะกรรมการชมอย่างเต็มที่ สร้างความสนุกสนานให้กับทั้งผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมเป็นอย่างมาก หลายคนที่ไม่เคยเห็นการบีบข้าวปุ้นแบบโบราณก็ต่างให้ความสนใจและเข้าไปดูวิธีการบีบข้าวปุ้นแบบใกล้ชิดกันเลย ภายหลังการประกวดเสร็จก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมชิมและรับประทานขนมจีน หรือข้าวปุ้นพร้อมน้ำยาได้ฟรีอีกด้วย ผลการตัดสินการประกวดแข่งขันบีบขนมจีนแบบโบราณในครั้งนี้ปรากฏว่าทีมที่ชนะเลิศ คือ ทีมจากตำบลกำแมด ได้รับเงินรางวัล จำนวน 500 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมจากตำบลนาโส่ ได้รับเงินรางวัล จำนวน 300 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมจากตำบลโนนเปือย ได้รับเงินรางวัล 200 บาท

แสดงความคิดเห็น