หนองคาย-เสรีพิศุทธ์ลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เดินสายเปิดศูนย์ประสานงานพร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครจังหวัดหนองคาย ประกาศลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปทหาร แก้ปัญหาประเทศ ฝาก กกต. ปปช.ทำงานให้ดี

                เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค.62 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมรองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และโฆษกพรรคเสรีรวมไทย ได้เดินทางไปยัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เข้าสักการะรูปปั้นพระยาสุนทรธรรมธาดา เจ้าเมืองโพนพิสัย และทำการเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย เขต 2 หนองคาย ของนายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย ว่าที่ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย เขต 2 หนองคาย ก่อนจะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงกับประชาชนชาวอำเภอโพนพิสัย อ.เฝ้าไร่ และ อ.รัตนวาปี ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก

                พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ได้เดินสายพบปะประชาชนได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเสียงตอบรับจากชาวอีสาน เพราะตนเคยทำงานในพื้นที่ภาคอีสานมา 15 ปี ก่อนจะเข้าไปส่วนกลางดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงจะเป็นพรรคใหม่แต่ประชาชนรู้จักพรรคเสรีรวมไทยเป็นอย่างดี ยิ่งในยุคสื่อโซเซียลยิ่งกว้างขวางมากขึ้น ไม่แน่ว่าในพื้นที่กรุงเทพฯพรรคเสรีรวมไทยอาจกวาดได้ทุกเก้าอี้ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา และทั่วประเทศได้รับฟังข้อมูลที่ตนพูดแสดงความคิดเห็นเรื่องต่าง ๆ มากว่า 3 ปี ไปในป่าเขาใคร ๆ ก็ฟังเสรีพิศุทธ์พูดทั้งนั้น ดังนั้นกระแสพรรคเสรีรวมไทยไม่ใช่ติดอยู่แค่ในกรุงเทพและภาคกลางเท่านั้น แต่มาถึงหมดทุกพื้นที่ เมื่อสองสัปดาห์ก่อนมียอดคนติดตามฟังคลิปของตน 154 ล้านวิว มาถึงตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 160 ล้านวิว ตัดเอาแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะประมาณ 16 ล้านวิว ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชื่นชอบตน จะเห็นได้ว่ามีคนเลือกตนเป็นจำนวนมาก อาจจะได้ ส.ส.ถึง 100 คนได้เข้าสภา การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเสรีรวมไทยแม้จะเป็นพรรคใหม่จะสามารถนำพาผู้สมัครเข้าสู่สภาได้ 100 คน จะเป็นอันดับ 1 หรืออันดับ 2 ก็แล้วแต่ แต่เชื่อว่าถ้าเราได้เข้าสภาได้เก้าอี้ขนาดนี้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ถ้าตนไม่ได้เป็นนายกบ้านเมืองจะไม่สงบสุข

                การที่ตนประกาศปฏิรูปทหารเป็นอันดับแรกนั้น เพราะทหารคือปัญหาของประเทศ คิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะเป็นใหญ่ จะยึดอำนาจ เห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการยึดอำนาจมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเดินหน้าด้วยระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่รัฐบาลทหารใช้อำนาจอะไรมาฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้อาวุธที่มาจากภาษีของประชาชนมาปล้นอำนาจเราไป หลอกทุกวิถีทาง อย่างครั้งสุดท้ายนี่ก็ทั้งขู่ทั้งปลอบอย่าเคลื่อนไหวเดี๋ยวจะจัดการให้บ้านเมืองสงบสุขจะปฏิรูปต่าง ๆ ใครไม่เชื่อฟังก็จะพาไปปรับทัศนคติ สำหรับตนคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายตา เป็นเด็ก ๆ ตนเกษียณมา 10 ปี ผบ.ทบ.อีก 2 ปีเกษียณ ห่างกับตนตั้ง 12 รุ่น จะมาหือกันตนไม่ได้ ตนแม้จะอายุ 70 ปี แต่กายพร้อม ใจพร้อม ประสบการณ์มีมากกว่าตอนเป็น ผบ.ตร.เยอะ คิดว่าความรู้ความสามารถจะนำพาประเทศชาติให้กลับคืนสู่ความสงบสุขเรียบร้อย ขอตนเป็นนายกรัฐมนตรีแค่สมัยเดียวพอหลังจากนั้นก็จะให้น้อง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถว่ากันต่อไป เพราะตนเป็นคนไม่บ้าอำนาจเพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้มีปัญหา ตนขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ ถ้าไม่มีคนชื่อเสรีพิศุทธ์รับรองว่าไม่มีใครกล้าปฏิรูปทหารแน่นอน

                พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้ความเห็นต่อการเลื่อนเลือกตั้งว่า การเลื่อนหลายครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา จนว่าจะมีการเลือกตั้งแล้ววันที่ 24 ก.พ.62 เป็นการเลือกตั้งที่หลอกลวงประชาชน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เพราะต้องการเตรียมพรรคที่จะสืบทอดอำนาจให้มีความพร้อม เห็นได้ว่ามีการตั้งพรรคชื่อเดียวกับโครงการของรัฐขึ้นมา มีการส่งรัฐมนตรีเข้ามาบริหารพรรค หาวิธีทำให้มี ส.ส.ได้มาก มีการดูด ส.ส.จากพรรคต่าง ๆ ทั้งใช้วิธีข่มขู่ต่าง ๆ นานาแลกเปลี่ยนกัน มีการเอาเงินประชาชนไปหว่านเพื่อให้ซื้อเสียงได้มาก มีการออกคำสั่ง ๆ มาโกงมาทุจริตกัน เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครเห็นด้วย แต่การจะเลื่อนเลือกตั้งจาก 24 ก.พ.62 ไปต้นเดือนมีนาคม 62 เป็นการเลื่อนเนื่องจากมีประกาศสำนักพระราชวังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลต้องจัดพระราชพิธีให้สมพระเกียรติ กกต.เองต้องคุยกับรัฐบาลต้องเชื่อมข้อเท็จจริงในการพระราชพิธีกับข้อเท็จจริงในการจัดการเลือกตั้งให้มีความเหมาะสมมากที่สุด พรรคเสรีรวมไทยรับเหตุผลในการเลื่อนเลือกตั้งได้ และไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งวันไหนพรรคก็พร้อมลงสนาม และส่งผู้สมัครครบทุก 350 เขต พร้อมกันนี้ฝากให้ กกต. และ ปปช. ทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปอิงรัฐบาลมากนัก แม้ว่าที่ผ่านมาจะเอียงไปบ้างเดี๋ยวจะติดคุกเหมือน กกต.ชุดเก่า ปปช.เองแทนที่จะทำงานป้องกันปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ อย่าให้กลายเป็นคณะกรรมการปกป้องคนชั่ว นาฬิกา 25 เรือน ยังไม่ผิดเลย เช่นนี้เป็นต้น.

แสดงความคิดเห็น