ตลาดนัดสานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ไทย-กัมพูชา

จังหวัดศรีสะเกษ ประทศไทย ร่วมกับ จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ร่วมกันเปิดตลาดนัดสานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ขึ้นที่ตลาดอาเซียนช่องสะงำ โดยมูลนิธิหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ พร้อมกับการแลกเปลี่ยนศิลปะ – วัฒนธรรม

บ่ายวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ที่ ตลาดบายตึ๊กเจียอาเซียนช่องสะงำ วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มูลนิธิหลวงปู่สรวง โดย พระครูโกศลสิกขกิจ ประธานมูลนิธิฯ และเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ได้อนุญาตให้จังหวัดศรีสะเกษ โดย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัด นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นายดีลาโด้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา นายอำเภออัลลองเวง หัวหน้าส่วนฝ่ายวัฒนธรรม และสินค้าหัตกรรมกัมพูชา ได้ร่วมกันเป็นประธานเปิดงาน จัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2562 โดยเปิดโอกาสให้พ่อค้า แม่ค้า ทั้งจากฝั่งจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย และฝั่งจังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา มาวางแสดง และจำหน่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจำหน่ายสินค้าสองแผ่นดิน ไปพร้อมๆ กับการแสดงศิลปะ – วัฒนธรรม ไทย – กัมพูชา ตลอดงาน

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า นับเป็นความโชคดีของจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีพื้นที่ติดกับชายแดน บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ทำให้เกิดการค้า การลงทุน ข้ามแดนค้าขายสินค้า และยังแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน พร้อมกันนี้ยังได้มี หลวงพ่อพุฒ วายาโม หรือ พระครูโกศลสิกขกิจ ประธานมูลนิธิฯ และเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา ได้ดำเนินการนำญาติโยมทั้งสองแผ่นดิน มาปฎิบัติธรรม สวดมนต์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในเชิงพระพุทธศาสนามาโดยตลอด ทำให้ประชาชนทั้งสองแผ่นดินเกิดความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น วันนี้ยังได้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนในด้านสินค้า ผลิตภัณฑ์สองแผ่นดินไทย – กัมพูชา นำมาแสดง นำมาจำหน่าย ศึกษาเรียนรู้ในด้านสินค้า การบรรจุหีบห่อ การส่งออก แบบโลจิสติกส์ เพราะประเทศไทยห่างจากดินแดนอารยะธรรมขอมที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่าง นครวัต นครธม เพียง 135 กิโลเมตร ขณะที่นักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวชมปราสาทนครวัต นครธม สินค้า โดยเฉพาะอาหาร พืชผัก ผลไม้ ก็จะต้องนำเข้าไปจากไทย ผ่านจังหวัดศรีสะเกษ จึงเป็นโอกาสของทั้งสองประเทศที่จะมีรายได้ร่วมกัน รวมทั้งการส่งต่อนักท่องเที่ยวไปจากไทย ตนขอชื่นชมยินดีกับพ่อค้าแม่ค้าทั้งไทย และกัมพูชา ที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น ขอให้มีโอกาสดำเนินการเช่นนี้ไปเรื่อย ตลอดไป

ภายหลังจากการเปิดงาน จัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2562 ได้มีการจัดศิลปินทั้งชาวไทย มาแสดงสด สลับการการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปะ – วัฒนธรรมทางกัมพูชา ตลอดทุกวัน โดยเน้นในการจัดงานภาคกลางวัน ก่อนที่ด่านช่องสะงำจะปิดลงในเวลา 18.00 น. เพื่อให้ชาวกัมพูชา ได้เดินทางเข้าออกมาจำหน่ายสินค้า ได้อย่างสะดวก เช่นกัน

แสดงความคิดเห็น