บุรีรัมย์-คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวปล้นแบงค์กรุงไทยสาขาย่อยศาลากลางจังหวัดกวาดเงินล้านหนีลอยนวล

บุรีรัมย์คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวปล้นแบงค์กรุงไทยสาขาย่อยศาลากลางจังหวัดกวาดเงินล้านหนีลอยนวลวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน
คนร้ายสวมหมวกแก๊ปใส่แมสปิดบังใบหน้า ควงปืนพกสั้นบุกเดี่ยวปล้นแบงค์กรุงไทยสาขาย่อยศูนย์ราชการจ.บุรีรัมย์ กวาดเงิน 1 ล้านบาทหนีลอยนวล วงจรปิดจับภาพได้อย่างชัดเจน รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์สั่งกระจายกำลังตั้งจุดสกัด และระดมไล่ล่าตัวคนร้าย

เมื่อเวลา 13.30 น. (24 ธ.ค.61) พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด และชุดสืบสวน สภ.เมือง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธนาคารกรุงไทยสาขาย่อย ตั้งอยู่บนศูนย์ราชการจังหวัด หลังได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35 – 40 ปี สวมหมวกแก๊ปสีดำ และใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด บุกเข้าไปจี้พนักงานธนาคารที่บริเวณเคาน์เตอร์ ขณะกำลังตรวจนับเงินแล้วบังคับให้พนักงานเอาเงินใส่ถุง ก่อนจะเดินเท้าออกจากธนาคารแล้ววิ่งลงบันไดฝั่งทิศตะวันออกของศูนย์ราชการหลบหนีไปอย่างลอยนวล
ซึ่งจังหวะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริหาร และธนาคารสาขาดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีเพียงเจ้าหน้าที่ อส.ที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยประจำศูนย์ราชการตามปกติเท่านั้น ส่วนเงินที่คนร้ายปล้นไปนั้นทราบว่า เป็นเงินที่พนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง พึ่งนำมาฝากและ พนักงานธนาคารกำลังทำการตรวจนับเพื่อเข้าระบบบัญชี ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสดังกล่าวเข้าไปก่อเหตุ

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร สามารถบันทึกภาพพฤติการณ์ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยในภาพจะเห็นคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า โดยในมือขวาถือปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด และมือซ้ายถือถุงผ้าสีดำ เดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งพนักงานหญิง 2 คนกำลังทำการตรวจนับเงินอยู่ แล้วใช้ปืนจี้บังคับให้พนักงานเอาเงินใส่กระเป๋าผ้า แต่ทันทีที่พนักงานเห็นปืนจึงตกใจก้มลงและหลบออกจากเคาน์เตอร์ คนร้ายจึงใช้มือหยิบเอาเงินที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ใส่กระเป๋าผ้าแล้วหลบหนีไป
ด้าน พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ ระบุว่า เบื้องต้นตามภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายมาเพียงคนเดียว แต่ก็จะได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวทั้งบนศาลากลาง และประตูเข้า-ออกด้านหน้า ว่ามีรถคันไหนต้องสงสัยหรือมีใครร่วมในการก่อเหตุด้วยหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตั้งจุดสกัด และกระจายกำลังออกติดตามไล่ล่าคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย

แสดงความคิดเห็น