คืบหน้าฆาตกรโหดฆ่าหลวงตาคากุฎิ

คืบหน้าคดีฆ่าโหดหลวงตา คากุฎิวัดมะยาง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ คาดเป็นการชิงทรัพย์จากผู้ที่เข้าออกวัดเป็นประจำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แบะแสแล้ว นำตัวต้องสงสัยสอบ พร้อมพยานนับสิบปากแล้ว

วันที่ 17 ธันวาคม 2561 ภายหลังจากที่มีข่าวทางโซเชียสออกมาเป็นจำนวนมากว่าพระถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในวัด กรณีที่ พระคำตา หาระไชย หรือ หลวงปู่ตา อินทวังโส อายุ 86 ปี แห่งวัดมะยาง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ชั้นล่างของกุฎิสงฆ์ หันศรีษะไปทางทิศเหนือ พบตามร่างกายมีบาดแผลบริเวณศรีษะ มีเลือดไหลตกจากศรีษะ พร้อมกับพบคราบเลือดตามพื้นห้องน้ำ พื้นห้องหน้าห้องน้ำ ฝาผนัง และพบร่องรอยของการต่อสู้ พบรอยเท้าของคนร้าย 1 รอย เมื่อเช้ามืดของวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ช่วงเวลา 03.30 น. ซึ่ง ร้อยตำรวจเอก บุญเทียม แสงภารา ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรราษีไศล ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่ พร้อมเก็บหลักฐานพยานในเวลา 07.30 น.ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ จากนั้นได้มอบศพให้แพทย์ – พยาบาลโรงพยาบาลราษีไศล ดำเนินการนำมาตรวจพิสูจน์ และเก็บ DNA นำส่งพิสูจน์หลักฐาน คาบเลือดที่นิติเวชจังหวัดนคราราชสีมา ซึ่งจะใช้นะยะเวลา 1 สัปดาห์

นายวิวัฒน์ หารไชย ซึ่งเป็นหลานหลวงปู่ตา เล่าว่า เช้าของวันที่ 13 ธันวาคม 256   ตนได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้าน ที่ได้รับทราบข่าวมาจากหลวงพ่อ เทิดพร ปิยธัมโม อายุ 63 ปี พระลูกวัด ว่า หลวงปู่ตา นอนเสียชีวิตอยู่ที่วัดมะยาง ภายในกุฎิของตนเอง จึงได้เร่งเดินทางมาที่วัด พร้อมพบร่างของหลวงปู่ตา นอนแน่นยิ่ง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครู่ใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาตรสจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่แพทย์ – พยาบาล จากโรงพยาบาลราษีไศล เก็บรวบรวมหลักฐาน และได้สวบถามผู้ที่พบเหตุเบื้องต้น ซึ่งก็คือ พระลูกวัด เพราะวันที่เกิดเหจตุหลวงพ่อเจ้าอวาวาสวัดไปธุดงค์ ไม่อยู่วัด ซึ่งในช่วงแรกนึกว่าหลวงปู่ตา จะล้มฟาดพื้นเนื่องจากอายุมากแล้ว เพราะตอนแรกพบร่างนอนเสียชีวิตอยู่หน้าห้องน้ำภายในกุฎิ แต่ภายหลังจากที่แพทย์ ได้ตรวจพิสูจน์พบว่า แขน ขา หักด้วย และพบร่องรอยการต่อสู้ จึงเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม ประกอบกับที่วัดไม่มีกล้องวงจรปิดบริเวณหน้ากุฎิหลวงปู่ตา มีเฉพาะด้านหน้าศาลาวัด ซึ่งไม่พบอะไรเลย

หลวงพ่อ เทิดพร ปิยธัมโม อายุ 63 ปี พระลูกวัด เล่าให้ฟังว่า ตนเองตื่นเช้ามาก็เดินทางออกไปบิณฑบาตรตามหมู่บ้านบริเวณใกล้ๆ วัด เพราะอายุมากแล้ว และเมื่อเดินทางกลับมาถึงวัด ก็ยังไม่พบหลวงปู่ตา ออกมาเดินเล่น กวดวัดเหมือนทุกเช้า ก็เลยเดินไปที่กุฎิ แต่ก็ดูเงียบๆ ก็เลยเดินเปิดประตูเข้าไป พบเห็นโชฟา จึงเดินต่อเข้าไปนึกว่าหลวงปู่ อยู่ในห้อง แต่กลับพบร่างของหลวงปู่ นอนอแน่นิ่งอยู่บนพื้น มีเลือดไหลออกมาจากศรีษะ จึงได้เดินรีบๆ ออกมาหน้าวัด และพบเห็นใครก็ร้องบอกคนว่า หลวงปู่บาดเจ็บ มีเลือดไหลนองเต็มพื้น สงสัยจะเสียชีวิต จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาในวัด เพียงครู่เดียว ทั้งชาวบ้าน ทั้งตำรวจ และแพทย์ก็มาเต็มวัด ตนสงสัยอยู่ว่าคนที่จะมาทร้ายหลวงปู่ตา โดยมีสุนัขภายในวัดที่มีราว 10 ตัว ไม่เห่าหอนเลย แสดงว่าคุ้นเคยกับสุนัขเป็นอย่างมาก และรู้ว่าวัดมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่ไหนด้วย เพราะกล้องที่มีอยู่ตัวเดียว จับคนร้ายที่เข้ามาทำร้ายหลวงปู่ได้

ขณะที่ ร้อยตำรวจเอก บุญเทียม แสงภารา ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรราษีไศล เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้สอบพยานไปแล้ว 10 ปาก และมีเป้าหมายตัวคนร้ายแล้ว แต่สอบเบื้องต้นยังไม่ยอมปริปาก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการตรวจ DNA คาบเลือดในที่เกิดเหตุ หากพบว่าตรงกับใครก็น่าที่จะเป็นคนร้ายที่เป็นฆาตกรโหดฆ่าพระคากุฎิ ซึ่งอันที่จริงแล้ว พบเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นค้นร้ายแล้ว แต่ยังรอหลักบาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนแล้ว และปล่อยตัวไปก่อน ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ประกบไว้แล้ว หวั่นหลบหนีเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น