หนองคาย-เดินหน้ารถไฟรางคู่ความเร็วสูงถึงหนองคาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่หนองคาย ดูความคืบหน้าการดำเนินการรถไฟรางคู่ คาดถึงหนองคายในปี 2564 ส่วนรถไฟความเร็วสูงอยู่ระหว่างการเจรจารัฐบาลจีน คาดปี 2565 ได้ใช้ครบ ร่นระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพ-หนองคาย เดิม 11 ชั่วโมง เป็น 3 ชั่วโมง พร้อมสร้างสะพานคู่ขนานเฉพาะทางรถไฟข้ามไปเวียงจันทน์ รองรับเส้นทางคุนหมิง-ลาว

                เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 ธ.ค.61 นายอาคม เติมพิทยาไพสิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยติดตามการดำเนินการโครงการรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ที่สถานีรถไฟหนองคาย ก่อนจะเดินทางไปยังแขวงการทางหนองคายเพื่อรับฟังโครงการขยายเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ จ.หนองคาย ผลักดันเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร

                นายอาคม เติมพิทยาไพสิษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ครม.สัญจร โดยวานนี้ ได้ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ซึ่งมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับซึ่งเป็นจุดที่มีการจราจรคับคั่งมากจากหนองบัวลำภู – สกลนคร และ จากหนองคาย – อุดรธานี คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.62 โดยจะเป็นลักษณะเส้นทาง 3 ระดับ มีทั้งอุโมงค์ทางลอดทางอุดรธานี –หนองคาย , สะพานยกระดับจากหนองบัวลำภู – สกลนคร และเป็นทางระดับดิน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดลงได้ และได้ไปเยี่ยมประชาชนที่ อ.โนนสะอาด ซึ่งมีถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ใน 1 ปี มีผู้เสียชีวิต 17 ราย กรมทางหลวงได้แก้ไขด้วยการเพิ่มสัญญาณไฟแดงเพื่อลดอุบัติเหตุเกือบทั้งหมด

                สำหรับจังหวัดหนองคาย จะมีโครงการเกิดขึ้น 2 โครงการ คือ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง โดยโครงการรถไฟทางคู่นั้นจะเป็นเส้นทางต่อจาก จ.ขอนแก่น ช่วงแรก จาก จิระ – ขอนแก่น อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ก้าวหน้าไปกว่าร้อยละ 90 ขณะนี้เปิดให้รถไฟวิ่งได้ในทางระดับบางส่วนประมาณ 5-10 กม. ส่วนสถานีจิระ – คลองขนานจิตอยู่ระหว่างการปรับแบบเพื่อยกระดับขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวนครราชสีมา รถไฟทางคู่ที่วิ่งจากขอนแก่น – หนองคาย ระยะทาง 167 กม. ความเร็วสูงสุดที่รถไฟทางคู่จะวิ่งได้อยู่ที่ 160 กม./ชม. มูลค่าการลงทุนประมาณ 26,647 ล้านบาท มีทั้งหมด 14 สถานี มี 4 จุดจอด จะสะดวกสำหรับประชาชนที่เดินทางในระยะใกล้และราคาค่าโดยสารเป็นปกติ รวมทั้งจะใช้เป็นเส้นทางการขนส่งทางรถไฟ ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคาดว่าจะนำเข้าเสนอได้ในเดือน ม.ค.2562 โดยจะเป็นการเพิ่มรางรถไฟขึ้นมาอีก 1 ราง การรถไฟได้ปรับปรุงหมอนรถไฟจากไม้เป็นคอนกรีต และหินโรยทาง ปรับปรุงรางรถไฟให้สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้นด้วย

                ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย กับ รัฐบาลจีน ช่วงแรกเป็นสถานีบางซื่อ กรุงเทพ – นครราชสีมา ระยะทาง 252.3 กม. ความคืบหน้าในสัญญาที่ 1 เริ่มก่อสร้างแล้วในช่วงปากช่อง – บางอโศก คืบหน้าร้อยละ 50 เป็นการปรับปรุงชั้นทาง ส่วนสัญญาที่ 2 ระยะทาง 11 กม. ขณะนี้ได้ออกทีโออาร์ไปแล้วจะมีการยื่นซองในวันที่ 18 ธ.ค.61 ในเดือน ม.ค.62 จะมีการออกทีโออาร์ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา อีก 5 สัญญา ถัดไปเดือน ก.พ.62 จะมีการออกทีโออาร์อีก 7 สัญญา ก็จะครบถ้วนสัญญา 252.3 กม. คาดว่าในไตรมาสที่ 2 จะได้ผู้รับจ้างแล้ว ประมาณเดือน พ.ค. มิ.ย. 62 ก็จะได้เริ่มต้นก่อสร้าง มูลค่าการลงทุนในส่วนแรก 179,413 ล้านบาท ความเร็วสูงสุดของรถไฟความเร็วสูงอยูที่ 250 กม./ชม. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564-2565 เมื่อก่อสร้างแล้วจะเร็วเพราะ 13 สัญญาจะสร้างพร้อมกัน ในส่วนระยะที่สอง ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทาง 355 กม. เชื่อมต่อไปถึงบางซื่อ โดยจะมีทั้งหมด 5 สถานี เริ่มจาก บัวใหญ่ – บ้านไผ่ – ขอนแก่น – อุดรธานี – หนองคาย ประมาณการก่อสร้าง 211,747 ล้านบาท วัตถุประสงค์หลักจะใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว โดยช่วงสถานีหนองคายมี 2 สถานี สถานีหนองคายเป็นสถานีผู้โดยสาร และสถานีนาทา จะเป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้าเพื่อเข้าสู่ระบบทางคู่ไปแหลมฉบัง และตั้งใจให้เป็นท่าเรือบก (Drive port) เพื่อให้บริการจุดเดียว อยู่ระหว่างการของบประมาณจากรัฐบาล และรัฐบาลไทยจะเป็นฝ่ายออกแบบเอง โดยได้ตกลงกับรัฐบาลจีนเรียบร้อยแล้วเพราะไทยออกแบบได้เร็วกว่าและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย หากรถไฟความเร็วสูงก่อสร้างเสร็จตลอดเส้นทางจะช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางจากเดิมที่เดินทางรถไฟปกติ จาก กรุงเทพ-หนองคาย ใช้เวลา 11 ชม. รถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพ – นครราชสีมา จะใช้เวลา 1.30 ชม. และกรุงเทพ – หนองคาย เพียง 3 ชม.เท่านั้น

                สำหรับส่วนที่สาม จะเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เริ่มจากสถานีนาทา ไปยังสะพานเพื่อการรถไฟโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ของจังหวัดหนองคาย โดยจะสร้างคู่ขนานกับสะพานแห่งที่ 1 ซึ่งจะเป็นสะพานใหม่ที่สร้างไว้รองรับเส้นทางรถไฟปกติ รางรถไฟ 1 เมตร  และรถไฟความเร็วสูงดับเบิ้ลแทร็กเพื่อเชื่อมกับสถานีเวียงจันทน์ ส่วนสะพานเดิมจะใช้เฉพาะเดินรถยนต์เพียงอย่างเดียว รัฐบาลได้ตกลงกับทางรัฐบาลจีนและรัฐบาลลาวขอให้ทางฝ่ายจีนเป็นผู้ออกแบบและศึกษาความเหมาะสมเพื่อให้รองรับรถไฟปกติและรถไฟความเร็วสูง จะเร่งการออกแบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 เริ่มต้นก่อสร้างปี 2563 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี หรือประมาณปี 2566 ก็จะใช้ได้เส้นทางใหม่นี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับการก่อสร้างเส้นทางจากคุนหมิง – นครหลวงเวียงจันทน์ จะก่อสร้างแล้วเสร็จในเวลาไล่เลี่ยกัน.

แสดงความคิดเห็น