วันหยุด3วัน เที่ยววัดป่าชายแดน ไพรพัฒนา

นักท่องเที่ยว – ประชาชน อาศัยช่วงวันหยุดยาว ติดต่อกัน3 วัน ตระเวนท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง โดยเฉพาะการเดินทางมาร่วมทำบุญยังวัดป่าชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กับการกราบไหว้ขอพร ยกขันธ์ 5 ขันธ์ 8 บูชาคุณ ลอดโลงศพสังขารหลวงปู่สรวง

วันที่ 10 ธันวาคม  2561 ที่ วัดไพรพัฒนา ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ติดกับ ชายแดน ไทย – กัมพูชา ยังจุดผ่านแดนด่านช่องสะงำ การเดินทางสะดวกรวดเร็วกับถนนลาดยางของกรมทางหลวง จึงได้มีประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวกัมพูชา ที่ข้ามแดนมายังฝั่งประเทศไทย ได้อย่างสะดวก สบาย ร่วมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่อาศัยช่วงนี้ที่มีวันหยุดราชการติดต่อกัน 3 วัน เดินทางท่องเที่ยว ตระเวนทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต กับครอบครัว และได้เดินทางมาที่วัดไพรพัฒนา เพื่อมากราบไหว้ ขอพร จากสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง ที่ละสังขารไปนานกว่า 18 ปีแล้ว แต่สังขารยังนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงแก้ว นักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาพุทธ ก็มักจะเดินทางมายกขันธ์ 5 ขันธ์ 8 บูชาคุณความดีของหลวงปู่ ที่ธุดงค์ แผ่เมตตาแด่ลูกศิษย์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยตลอด ซึ่งเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่ได้สั่งสอนให้ลูกศิษย์ใช้ชีวิตแบบพอเพียง กินแต่พอดี ไม่มีทรัพย์สินติดกาย เพราะเมื่อตายไปก้เอาไปไม่ได้ ซึ่งหลวงป็ทำตัวเป็นตัวอย่าง โดยภานในย่ามของหลวงปู่จะพบเพียงผ้าด้ายดิบสีขาวเพียงผืนเดียว ไว้คอยสรงน้ำเชคตัว ใครถวายเงินทอง ก็จะกำขึ้นมาเป่าท่องมนต์ แล้วก็ส่งคืนให้ทั้งหมด ไปไหน มาไหน จะเดินเพียงอย่างเดียว ลัดเลาะไปตามเทือกเขาพนมดงรัก จนมาละสังขารที่วัดไพรพัฒนา ปัจจุบันมี หลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ เจ้าอาวาสวัด คอยดูแลสังขารของหลวงปู่มาโดยตลอด

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยววัดป่าไพรพัฒนา เล่าว่า จากเดิมที่ดินแดนแถบนี้มีแต่ป่า หาผู้คนเดินทางก็ยาก ภายหลังจากที่หลวงปู่สรวงมาละสังขารที่วัด ก่อนที่จะมีลูกศิษย์มาบำเพ็ญกุศพหลวงปู่สรวง โดยตกลงกันว่าจะเก็บร่างหลวงปู่เอาไว้ก่อน เพื่อให้ลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ยังอยู่แดนไกล ได้มีโอกาสเดินทางมากราบไหว้ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับพบว่า ร่างของหลวงปู่ไม่เน่าเปื่อย และยังมีญาติโยม ลูกศิษย์ เดินทางกราบไหว้โดยตลอด พร้อมร่วมสร้างศาสนสถานวัด ศาลาทม ศาลาใหญ่ อื่นๆ ให้หลวงปู่ ร่วมทั้งร่วมกันสร้างมณฑปขนาดใหญ่ ให้หลวงปู่ กลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ระหว่างคนไทยกับต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทย กับ กัมพูชา ที่จากเดิมเคยสู้รบกันเพื่อแย่งดินแดน แต่ภายหลังได้มาร่วมกันทำบุญสองแผ่นดิน ความสัมพันธ์ ไทย กัมพูชา ก็เพิ่มขึ้นโดยลำดับ จนทุกวันนี้ สามารถเดินทางไปมาหาสู่ ร่วมทำบุญกันแทบทุกวัน เรียกได้ว่า ได้มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไมตรี ในเชิงของพระพุทธศาสนา 2 แผ่นดิน ได้เป็นอย่างดี นำมาซึ่งความสงบสุขตลอดไปในแถบชายแดน

ในขณะเดียวกันทางวัด ยังได้ มีการส่งเสริมให้มีตลาดของชุมชน นำชาวบ้านตามแถบชายแดน ที่ไม่มีรายได้ประจำ ปีหนึ่งๆ ต้องรอเพียงการขายข้าวไร่ พืชผลทางเกษตร อยู่กับแบบยากจนมาตลอด เพราะไม่มีใครสนใจพัฒนาชายแดน จนมามีวัดไพรพัฒนา ผู้คนเริ่มหลั่งไหลมาเที่ยว ทำให้ชาวบ้านได้นำสินค้าของตนเองออกมาจำหน่ายยังงตลาด ของวัดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อชุมชน จนขณะนี้ได้รับความนิยมตามมาเป็นลำดับ แลได้ชื่อใหม่เป็นตลาดวัดไพรพัฒนาตลาดอาเซียน เพราะขายได้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ สินค้าก็มีหลากหลาย ทั้งโอทอป และอาหารพื้นบ้าน ของป่านานาชนิด พร้อมทำเป็นที่จอดรถของนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะขึ้นรถชัดเตอร์บัสของทางวัด ที่จัดทำมาพิเศษ เพื่อมาให้บริการฟรี แก่นักท่องเที่ยวได้นั่งเข้าไปเที่ยวภายในวัดได้ด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ต่างชื่นชม และชอบนั่งมาก เพราะสวย และนั่งฟรีทั้งไป และกลับ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ของทุกปี มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยววันหนึ่งๆ เฉลี่ยราววันละ 10,000 คนเลยที่เดียว

แสดงความคิดเห็น