เกษตรกรดีใจได้เงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม

เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แห่เข้าให้ข้อมูลในการสำรวจการพัฒนาอาชีพ การพัฒนารายได้ในอาชีพเสริม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ชื่นชมรัฐบาลที่จะโอนเงินค่าใช้จ่ายให้เป็นของขวัญช่วงปีใหม่

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ ศาลาวัดบ้านหนองห้าง พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.สาขาอุทุมพรพิสัย ในนามตัวแทนรัฐบาล สังกัดกระทรวงการคลัง ได้นำพนักงานจ้างโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกมาประชุมชี้แจงผลประโยชน์เพิ่ม ตามประกาศผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มของผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 โดยตามประกาศของคณะรัฐบาลที่ลงในระบบข้อมูลทางอีเลคทอนิค ระบุว่า ในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 รัฐบาลจะโอนค่าใช้จ่ายในบัตร รายละ 200 และ 300.-บาท ตามสิทธิ์เดิม จากนั้นในวันที่ 3 ธันวาคม จะโอนเพิ่มอีก 100 และ 200.-บาทตามสิทธิ์ จากนั้นในวันที่ 8 – 9 – 10 ธันวาคม 2561 ผู้มีบัตรจะได้รับเงินรายละ 500.-บาท ซี่งสามารถกดผ่าน ATM ครั้งเดียว และในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ระบุในการแสดงสิทธิ์ครั้งแรกที่ลงทะเบียนว่าไม่มีที่อยู่อาศัย และเช่าบ้านอยู่อาศัยก็จะได้เงินช่วยค่าเช่าบ้าน รายละ 400.-บาท ในเดือนธันวาคม และเดือนมกราคม พร้อมกับค่าผู้สูงอายุอีก รายละ 50 – 100.-บาท ถึงเดือนมีนาคม 2562 ในส่วนผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสดผ่านบัตร ช่วยค่าเดินทางไปหาหมอ อีกรายละ 1,000.-บาท โดยได้รับครั้งเดียว นอกจากนั้นก็จะช่วยค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เป็นรายครัวเรือน โดยจะจ่ายช่วยค่าไฟฟ้าให้ครัวเรือนละ 230.-บาท ค่าน้ำครัวเรือนละ 100.-บาท โดยให้ผู้มีบัตรจ่ายไปทั้งหมดก่อน รัฐบาลจะโอนกลับคืนในบัตรในเดือนถัดไป

นายวิเชียร พอใจ อายุ 68 ปี อยู่บ้านลเขที่ 29 บ้านสำโรงน้อย หมู่ที่ 16 ตำบลหนองห้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า วันนี้ดีใจมากที่รับทราบว่าทางรัฐบาลจะได้เพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ มาในรูปบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชาวบ้านพากันตื่นเต้นมาก ฝากของคุณรัฐบาลด้วย แต่ในบางครอบครัวที่มีผู้มีบัตรจำนวนมาก 3 – 5 คน ในการนำบัตรไปรูดสินค้าข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค – บริโภค หากรูดพร้อมๆ กันสินค้าจะมีจำนวนมากเกินความจำเป็นใช้ในครัวเรือน ส่วนค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ หากใช้ไม่มากปกติในแต่ละครัวเรือนก็ไม่ได้จ่ายอยู่แล้ว ก็อยากจะเสนอต่อคณะรัฐบาลว่า ในครัวเรือนหนึ่งๆ จะมีค่าใช้จ่ายราวๆ วันละ 200.-บาท หากจะกรุณาก็ควรที่จะช่วยค่าครองชีพมาเป็นรายวันโดยเฉลี่ย ครัวเรือนละ 200.-บาท ในรายที่อยู่อาศัยกันซึ่งทุกวันนี้ครอบครัวตามพื้นที่ภาคอีสาน จะมีเฉพาะผู้สูงอายุอยู่เฝ้าบ้าน คนหนุ่มสาวได้เดินทางไปทำงานในเมืองหลวงกันหมดแล้ว ก็ไม่น่าจะห่วง ส่วนคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่บ้าน ใช้จ่ายในครัวเรือนก็ราวๆ 200.-บาท ต่อวัน ก็ขอเป็นเงินสดได้จะดีมาก

อย่างไรก็ดี กรณีคนที่ลงทะเบียนในเดือนมิถุนายน 2561 จะได้รับบัตรใหม่ในเดือนธันวาคม 2561 และเงินจะเข้าในเดือนมกราคม 2562 และหรือในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยสิทธิประโยชน์อื่นๆ จะทบให้ตามมติที่ออกมาเบื้องต้นแล้วนั้นด้วยทุกรายการ พร้อมกับเงินในส่วนค่าครองชีพ อีก  500.-บาทนั้นด้วย

แสดงความคิดเห็น