บุรีรัมย์-ตร.เร่งสอบพยานคดี ผญบ.ใช้หนังสติ๊กยิงเยาวชน 16 ตาบอดยังไม่แจ้งข้อหา แม่หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เร่งสอบปากคำพยาน และผู้เกี่ยวข้อง ประกอบสำนวนคดีผู้ใหญ่บ้านใช้หนังสติ๊กใส่ลูกแก้วยิงเยาวชนวัย 16 ปีซึ่งเป็นหลานชายตาบอด แต่ยังไม่แจ้งข้อหารอผลตรวจยืนยันจากแพทย์และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ด้านแม่หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ความคืบหน้ากรณีนางจิ๋ม พิมพ์อักษร อายุ 40 ปี ชาวบ้านตะลองตอง ม.8 ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ให้เอาผิดกับ นายวิรัตน์ พุ่มพวง ผู้ใหญ่บ้าน โดยกล่าวหาว่าผู้ใหญ่บ้านทำร้ายร่างกาย นายเขียด ลูกชายวัย 16 ปี โดยใช้หนังสติ๊กใส่ลูกแก้วยิงลูกชาย จนทำให้ตาข้างขวาบอดสนิท และยิงที่หลังซ้ำอีก 1 ลูกจนเป็นแผล เหตุเกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา


ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ก็ได้เรียกสอบปากคำพยานบุคคล และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้ก็สอบไปแล้ว 6 ปาก แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใหญ่บ้านที่ถูกแจ้งความกล่าวหา เนื่องจากยังรอผลตรวจยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง ว่าเยาวชนที่ถูกหนังสติ๊กยิงตานั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสมากน้อยเพียงใด และต้องรอให้อาการเยาวชนวัย 16 ปีดีขึ้น จึงจะทำการสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพตามขั้นตอน
โดย พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ระบุว่า คดีดังกล่าวต่างฝ่ายต่างมาแจ้งความร้องทุกข์ โดยฝั่งผู้ปกครองเด็กก็แจ้งว่า ถูกผู้ใหญ่บ้านทำร้ายร่างกายสาหัส ส่วนฝั่งผู้ใหญ่บ้านก็แจ้งกลับว่าเด็กพยายามทำร้ายร่างกาย และพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด ส่วนกรณีที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ก็เป็นสิทธิที่สามารถกล่าวอ้างได้แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย


ด้านนางจิ๋ม พิมพ์อักษร แม่ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ขณะนี้ลูกยังมีอาการปวดตาตลอดเวลาต้องหยอดตาทำความสะอาดแผล และไปหาหมอตามนัด ซึ่งตนเองก็ห่วงเรื่องสภาพจิตใจของลูกชายมาก เพราะหลังจากลูกชายรู้ว่าตาข้างขวาบอด ก็มีอาการเครียดไม่ยอมพูดจากับใคร ส่วนแม่เองก็ต้องกลับไปทำงานที่จ.นคราชสีมาแล้ว เพราะหยุดงานมาหลายวันแล้ว แต่ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย

แสดงความคิดเห็น