สืบสานประเพณีลอยกระทง ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์คึกคัก

ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ล้วนอนุรักษ์วัฒนธรรม งานบุญปลอดเหล้า ใช้กระทงที่ทำจากใบตองกล้วย เปิดตลาดโบราณ อาหารพื้นถิ่น พร้อมประกวดนางนพมาส ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ เชียร์บุตรหลานตน

คืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ที่ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เป็นประธานในการเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ที่ชาวบ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง กว่า 10 ปีแล้ว จากการที่วัดแห่งนี้ ได้มีการก่อสร้างอุโบสถเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ ไว้ตรงกึ่งกลางหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในวัด พร้อมกับการตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ เพราะบนยอดสุดของอุโบสถกลางน้ำ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่กราบไหว้บูชา ขอพรของพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมความงามของวัดแห่งนี้ และการเดินทางมาร่วมทำบุญ มาร่วมใส่บาตรในทุกเช้าของวันอาทิตย์ ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ให้ทุกคนที่มา ร่วมสวมโสร่ง นุ่งซิ่นผ้าไทย มานั่งใส่บาตร ของญาติโยมทั่วสารทิศ โดยมี พระใบฏีกา สมศักดิ์ อุชุจาโร เจ้าอาวาสวัด ร่วมกับคณะกรรมการวัดร่วมสืบสานเอาไว้ให้ลูกหลานได้สืบต่อ

ส่วนในงานวันสำคัญในวันนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีการทอดถวายองค์กฐินสามัคคีของชาวบ้าน นางวาสิตา น้อยพรม นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ นายสุรพล ตั้งคณสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับญาติโยมจากทั่วประเทศที่ร่วมกันเดินทางมาทอดกฐิน จากนั้นตลอดทั้งวันก็เป็นการละเล่นสืบสานประเพณีโบราณ อธิ ขาโทกเทก เดินกะลา มวยทะเล ปิดตาตีหม้อ เตะปีบ การแข่งขันเล่นสะบ้า ตี่จับ อื่นๆ เพื่อร่วมสืบสานถ่านทอดประเพณีต่อเยาวชนคนรุ่นหลังสืบต่อไป ขณะที่ได้มีการเปิดตลาดอาหารพื้นถิ่นภายในวัด เป็นตลาดโบราณของชาวบ้านหว้าน ชาวตำบลน้ำคำ ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมีอาหารที่ชาวบ้านนำมาขายแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นขนมตดหมา ข้าวจี่ ดักแด้ไหม ป่นกบ แกงผักอีลอก ต้นผักโหมจิ้มน้ำพริก ตะกร้าไม้ไผ่สาน กับการรณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติก โดยมีพี่น้องประชาชนที่หรีคสามแออัดภายในเมืองใหญ่ออกมาร่วมประเพณีลอยกระทงของบ้านนอก บ้านหว้านกันเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดีที่เป็นที่น่าสนใจมากของชาวบ้านหว้าน ชาวตำบลน้ำคำ ก็คือ การส่งลูกหลานของตนเองขึ้นประกวดนางนพมาส ที่ในแต่ละหมู่บ้านได้คัดสรรกันมา จาก 15 หมู่บ้าน ได้สาวงาม จำนวน 15 คน มาขึ้นเวทีประกวดกันในค่ำคืนนี้ ซึ่งการพิจารณาของคณะกรรมการ จะตัดสินทั้งความสวยงาม มารยาท ร่างกายสมบูรณ์ หุ่นดี พร้อมกับมีไหวพริบปฎิพาน ในการตอบคำถามของคณะกรรมการ ซึ่งไม่ใช้แค่สวยอย่างเดียว ต้องมีความรู้ด้วย

แสดงความคิดเห็น