บุรีรัมย์-สมาชิกและทายาทนับร้อยบุกศาลากลางร้องตรวจสอบเอาผิดสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้สูงอายุโกงเงินคนตายร่วม 3 ล้าน

สมาชิกและทายาทกว่า 300 คนบุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ ตรวจสอบเอาผิดสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุ โกงเงินคนตายกว่า 100 รายร่วม 3 ล้านบาท เชื่อมีการทุจริต ล่าสุดมีหนังสือแจ้งสมาชิกจะยุบสมาคมแต่ไม่ชี้แจงเหตุผลทั้งไม่รับปากจะคืนเงินค่าทำศพที่ค้างอยู่หรือไม่


(13 พ.ย.61) สมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุจ.บุรีรัมย์ และทายาทกว่า 100 คน ได้รวมตัวกันนำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ตรวจสอบเอาผิดสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุจ.บุรีรัมย์ หลังจากสมาคมฯ ได้เบี้ยวเงินค่าจัดการศพของสมาชิกที่เสียชีวิตปี 2560 – 2561 รวมกว่า 100 ราย เฉลี่ยรายละกว่า 25,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นเกือบ 3 ล้านบาท เมื่อไปสอบถามกลับบ่ายเบี่ยงไม่ได้รับคำตอบ และล่าสุดทางสมาคมฯ ยังได้ส่งหนังสือถึงสมาชิกจะยกเลิกหรือยุบสมาคมฯ โดยไม่ชี้แจงเหตุผลให้ทราบ ทั้งไม่รับปากว่าจะมีเงินจ่ายให้กับทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตที่ยังค้างอยู่ด้วยหรือไม่ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกและเชื่อว่าทางกรรมการที่บริหารจัดการสมาคมฯ น่าจะมีการทุจริต เพราะที่ผ่านมาสมาชิกกว่า 800 ราย ได้จ่ายเงินค่าทำศพให้กับสมาคมฯ กรณีที่สมาชิกเสียชีวิตศพละ 30 บาทมาตลอดตั้งแต่ปี 2535 ไม่เคยค้าง แต่พอระยะหลังสมาชิกเสียชีวิตทายาทผู้รับประโยชน์กลับไม่ได้เงินค่าทำศพ จากกรณีดังกล่าวจึงได้เรียกร้องให้สมาคมออกมาแสดงความรับผิดชอบ จ่ายเงินค่าทำศพที่ยังค้าง แลหากจะยุบสมาคมฯ ก็อยากให้จ่ายเงินคืนให้กับสมาชิกที่ส่งเงินไปบางส่วนด้วย เพราะบางส่วนส่งไปหลักหมื่นถึงแสนแล้ว แต่หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ทางสมาชิกก็จะพากันไปแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย


นายสุรเชษฐ โพธิ์ทอง และนางรำพง ประชุมดี ตัวแทนทายาทของสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมผู้สูงอายุ กล่าวว่า ที่พากันมาร้องเรียนในครั้งนี้ เพราะต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการบริหารจัดการเงินของทางสมาคม หากพบว่ามีการทุจริตจนไม่มีเงินจ่ายค่าจัดการศพให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต ก็อยากให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับคณะกรรมการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการเงินของสมาคมฯ ส่วนกรณีที่จะยุบสมาคมนั้นก็ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลให้สมาชิกทราบ ก็อยากให้สมาคมออกมารับผิดชอบเช่นกัน เพราะหลายคนส่งเงินไปตั้งแต่ก่อตั้งฯ สมาคมเป็นเงินหลักแสนบาทแล้ว หากจะยุบก็ควรจะคืนเงินให้กับสมาชิกฯ ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย เพราะคนที่เข้ามาเป็นสมาชิกก็หวังว่าจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับทายาทได้มีเงินค่าจัดการศพหากเสียชีวิต โดยครอบครัวไม่ต้องเดือดร้อน


ขณะที่ตัวแทนศูนย์ดำรงธรรม ได้เรียกคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ถูกร้องเรียนเข้ามาพูดคุยเจรจา แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ซึ่งก็จะได้ประสานไปยังนายทะเบียนเทศบาลเมือง ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสมาคมฯ เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการบริหารของสมาคมฯ ตามขั้นตอน ซึ่งหากพบว่ามีการบริหารไม่โปร่งใสจริง ก็ต้องดำเนินการเอาผิดตามกระบวนการต่อไป

แสดงความคิดเห็น