ตรวจตลาดนัดข้าวเปลือก ศึกชิงข้าวจากเกษตรกร

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ลงตรวจสอบการเปิดตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2561/62 ศึกแย่งชิงข้าวเปลือกใหม่ สด จากมือเกษตรกร พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งด้านราคา และด้านตาชั่ง ต้องเที่ยงตรง

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ที่ ท่าข้าวโรงสี บริษัท สินสิรินทร์ จำกัด อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 1 ใน 3 แห่งของจังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้ประกาศเปิดตลาดนัดรับซื้อข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2561/62 โดยเน้นไปที่การรับซื้อข้าวสด เกี่ยวสดๆ จากแปลงนาขนมาขายได้ราคาสูง โดยวันนี้เปิดตลาดรับซื้ออยู่ที่ ตันละ 14,300.- ถึง 15,000.- บาท โดยสาเหตุที่เปิดรับซื้อในราคาสูง แลเปิดตั้งแต่ต้นปีก้เนื่องจาก ขณะนี้พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่กำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปีออกจากแปลงนา โดยการเก็บเกี่ยว ส่วนใหญ่จะใช้เป็นรถเกี่ยวนวดพร้อมเสร็จในคราวเดียวกัน และทันต่อความต้องการใช้เงินในการนำไปหมุนเวียนเกี่ยวในรอบต่อๆ ไป จึงทำให้เกษตรกรนำข้าวที่เกี่ยวสด นำส่งขึ้นมาขายที่โรงสีของเอกชนทั่วไปที่เปิดรับซื้อกันแล้วแทบทุกโรง และรับซื้อในราคาที่สูงมากกว่าทึกๆ ปีที่ผ่านมา และหากไม่เปิดรับซื้อให้ทันในช่วงนี้ ก็อาจจะไม่มีข้าวหลงเหลือให้รับซื้อ และอาจจะกระทบต่อออร์เดอร์ที่จองการส่งออกเอาไว้ ขาดรายได้ในอาชีพการรับซื้อขายข้าว ดั่งนั้นในระยะนี้ดูเหมือนจะเป็นเปิดศึกชิงข้าวเปลือกจากมือเกษตรกรของโรงสี เป็นช่วงนาทีทองของเกษตรกร ซึ่งในความเร่งรีบความยุติธรรมก็จะต้องมีโดยการควบคุมของทางภาครัฐ ทั้งด้านราคา ตาชั่ง โดยวันนี้ นายเพิ่มศักดิ์  ฉวีรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ เดินทางออกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรงสีที่เปิดตลาดนัดข้าวเปลือก

นายเพิ่มศักดิ์  ฉวีรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เปิดเผยว่า สำหรับราคาข้าวปีนี้ ข้อมูลของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ พบว่าแนวโน้มราคาที่สูงมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีก และอาจจะแตะเพดานที่ตันละ 22,000 บาท ในช่วงกลางปี ซึ่งขณะนี้ราคาข้าวที่ตลาดกลางการเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ข้าวเปลือกแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% ราคาตันละ 17,000 บาท ส่วนราคาข้าวเปลือกสด รับซื้ออยู่ที่ ตันละ 14,300.- ถึง 15,000.- บาท โดยทุกปีที่ผ่านมา ราคารับซื้อข้าวเปลือกแห้งราคาตันละ 9,000 บาท การลงพื้นที่ในวันนี้ก็เพื่อมาตรวจสอบการรับซื้อข้าวเปลือก ให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งด้านราคา และด้านตาชั่งที่เที่ยงตรง ไม่เอาเปรียบเกษตรกร โดยการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือกในจังหวัดศรีสะเกษ เบื้องต้นกำหนดที่จะเปิด ใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราศีไศล ซึ่งถือว่าเป็นอู่ข้าวของจังหวัด คณะทำงานได้สั่งการให้กลุ่มโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการ เตรียมพื้นที่รองรับข้าวเปลือก ในปีการผลิตให้พร้อม เพราะราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นจะทำให้เกษตรกรนำเข้าเปลือกสด มาขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้พื้นที่โรงข้าวในหลายๆ แห่งอาจไม่เพียงพอ ซึ่งคาดว่าในกลางเดือนนี้จะเริ่มมีเกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายแล้ว

ในอีกส่วนหนึ่ง หากเกษตรกรที่มียุ้งฉางเป็นของตนเอง ที่มั่นคง แข็งแรง ก็อยากจะให้เกษตรกรเก็บข้าวขึ้นยุ้งไว้ก่อน และเข้าร่วมโครงการชะลอการขายข้าวกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกร หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารฯ ของรัฐ มีหน้าที่จ่ายเงินกู้ตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวให้เกษตรกรที่เก็บข้าวเอาไว้ขายในช่วงราคาสูงขึ้น รอราคาอย่างน้อย 5 เดือน ซึ่งตอนนี้ ธ.ก.ส.ก็เริ่มจ่ายเงินกู้แล้ว เพื่อให้เกษตรกรรอราคาที่สูงมากกว่านี้ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะสูงมากด้วย โดยติดต่อ ธ.ก.ส.ใกล้บ้านได้แล้วในขณะนี้

แสดงความคิดเห็น