นพค 24 มุกดาหาร ออกติดตามโครงการเกษตรผสมผสานพร้อมมอบพันธุ์ปลาให้กับประชาชน

มุกดาหาร หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 (สอง-สี่) มุกดาหาร ส่งเสริมประชาชนให้ประกอบอาชีพตามรอยพ่อหลวง โครงการพระราชดำริด้านการส่งเสริมการสร้างอาชีพที่สำคัญ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย
กองบัญชาการกองทัพไทย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย พันเอก เพชรพนม โพธิ์ชัย ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 ( สอง-สี่) สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา มอบหมายให้ พันตรี ตระกูล ตระกูลสม ปฎิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 (สอง-สี่) มุกดาหาร ได้ออกเยี่ยมเกษตรกรตามโครงการ ตลอดจนได้ทำการมอบพันธุ์ปลา จำนวน 26,000 ตัว ให้กับผู้รับโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 จำนวน 17 ราย ในพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ และตำบลโพนทราย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
สำหรับโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นการพัฒนาตามโครงการของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 ( สอง-สี่) เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนตามแผนพัฒนาของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคง และป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ได้นำชุดตรวจติดตามประเมินผลเข้าตรวจงานโครงการต่าง ๆ ในพื้น


ประวัติศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หน่วยเริ่มก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นพค.24ฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2548 และได้ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปี พ.ศ.2554 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้จัดทำโครงการ “84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้ มหาราชัน” ซึ่งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นพค.24 ฯ ได้เข้าร่วมโครงการเป็นหนึ่งใน 84 ศูนย์ ของ นทพ. และได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานภายในศูนย์ตามแนวทางที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากำหนด
โดยมีหลักคิดที่เป็นตัวอย่าง ให้คณะที่มาศึกษาดูงานดังนี้.
1. โครงการที่ใช้ต้นทุนไม่สูงนักและมีความเสี่ยงน้อย เช่น โครงการปลูกกล้วย พืชผักสวนครัว โครงการเลี้ยงกบ
2. โครงการที่ไม่ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป ทำง่าย ใช้วัตถุดิบตามท้องถิ่น เพื่อการเรียนรู้ เช่น การเลี้ยงหมูหลุม เลี้ยงโค
3. โครงการเกื้อกูลกัน เช่น ต้นกล้วยไร่ เลี้ยงหมู ขี้หมูทำปุ๋ย
4. เป็นการทดลองให้รู้จริง ได้ผลจริง เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ที่นำไปขยายผล หรือนำไปเป็นตัวอย่างต่อไป
5. เป็นโครงการที่ลดรายจ่าย ของครัวเรือน เพิ่มรายได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กินได้ ขายได้ (ปลูกไว้กิน เหลือไว้ขาย) โดยไม่ใช้สารเคมี และยาฆ่าแมลงใดๆ
วัตถุประสงค์ การจัดตั้งศูนย์
1. ใช้เป็นแหล่งศึกษาความรู้ ดูงาน ของคณะ/กลุ่ม ราษฎร นักศึกษา ต่างๆ
2. ใช้เป็นแหล่ง ศึกษาความรู้ ให้กับกำลังพล เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับราษฎร ตามกลุ่มเป้าหมาย
3. ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมี
4. จำหน่ายให้กับโรงประกอบเลี้ยงและกำลังพล รับประทาน อาหารปลอดสารพิษ
5. เพื่อให้มีแนวคิด ตามแบบเกษตรผสมผสาน วิถีชีวิตคนไทย รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฐานการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
1. พื้นที่ส่วนกลาง : เป็นพื้นที่แสดงพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
2. ฐานการเรียนรู้ : มี 15 กิจกรรม
3. 3. ส่วนจำลองพื้นที่ 1 ไร่พอเพียง
4. 4. ส่วนการตลาด
ฐานการเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ฐานที่ 1 : ซุ้มไม้เลื้อย
รายละเอียด : เป็นการปลูกพืชไม้เลื้อยชนิดต่างๆ
เช่น ตำลึง ถั่วพู ฟักข้าว บวบ เพื่อความสวยงามและใช้รับประทานและลดรายจ่ายภายในครัวเรือน
ฐานที่ 2 : กล้วยนานาพันธุ์ รายละเอียด : กล้วยถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Banana และ Plantain กล้วยถือเป็น
ไม้ล้มลุก ลำต้นอยู่ใต้ดิน เป็นพืชที่มีอายุยาวหลายปี กล้วยไม่
ชอบพื้นที่ ที่มีน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อและการใช้เมล็ด
หลายคนมักเคยได้ยินกันว่า กล้วยมีประโยชน์ทุกส่วนตั้งแต่ใบ
ยันราก ซึ่งก็เป็นความจริง แถมยังเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่มีราคาถูกและหาทานได้ง่าย
ฐานที่ 3 : พืชระยะสั้น รายละเอียด : เป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาการปลูก
สั้นๆ เน้นเก็บไว้ทานในครอบครัว และหากมีจำนวน
มากเกิดความต้องการ ก็สามารถนำมาขาย เพื่อเป็นได้
ในชีวิตประจำวัน
ฐานที่ 4 : พืชระยะกลาง รายละเอียด : เป็นผลไม้ และผลไม้ระยะกลาง
ที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการปลูก อาจเก็บ
ผลผลิตได้ปีละ 1-2 ครั้งหรือตามฤดูกาล
โดยรายได้ส่วนนี้จะเก็บไว้สำหรับชำระหนี้
เป็นเงินออม โดยการเก็บเกี่ยวจะเน้นทำให้
ผลผลิตออกในช่วงที่มีราคาดแพง
ฐานที่ 5 : การปลูกมะนาว รายละเอียด : เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้แก่กลุ่มเกษตรกร
นักศึกษา นักเรียน และ กลุ่มผู้ที่สนใจในการปลูกมะนาว ฝึกกำลังพลใน
หน่วยฯ ได้เข้าใจในวิธีการปลูก เพื่อให้ทราบปัญหาในการปลูกและปัญหา
ต่างเพื่อถ่ายทอดให้กับราษฎร ในพื้นที่เป้าหมายและระแวกใกล้เคียง
ฐานที่ 6 : พืชอาหารสัตว์ รายละเอียด : การปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น หญ้าเนเปียปาก
ช่อง เป็นพืชที่มีโปรตีนสูง นำมาเป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี และ
เป็นการลดรายจ่ายในการซื้ออาหารสัตว์
ฐานที่ 7 : โคเนื้อลูกผสม รายละเอียด : เพื่อการขยายและพัฒนาสาย
พันธุ์ ให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยการผสม
พันธุ์ด้วยวิธี ผสมเทียม ด้วยสถานีผสมเทียมของหน่วย
และฝึกกำลังพลในหน่วยฯ ได้เข้าใจในวิธีการเลี้ยงโคเนื้อ
และการพัฒนาสายพันธุ์ให้เมาะสม สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับ ชุมชนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้
ฐานที่ 8 : หมูหลุม รายละเอียด : เป็นการเลี้ยงหมูป่าสายพันธุ์ที่มีอยู่ในภาคอีสานและ
ประเทศไทย ในหลุมที่สามารถเก็บ ปุ๋ยที่เกิดจากมูลสุกรผสมแกลบ ผสมน้ำหมัก
ที่ใช้ลดกลิ่น ตลอดจนเศษวัชพืช หรือพืชที่เหลือใช้จากการเกษตร
ฐานที่ 9 : เป็ดเทศ รายละเอียด : เป็ดเทศ เป็นเป็ดที่มีความอดทน ทนทานต่อโรค และจัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เหมาะสมกับหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่
ฐานที่ 10 : ไก่ไข่ รายละเอียด : เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้แก่กลุ่มเกษตรกร นักศึกษา
นักเรียน และ กลุ่มผู้ที่สนใจในการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อฝึกกำลังพลในหน่วยฯ ได้เข้าใจ
ในวิธีการเลี้ยงเพื่อให้ทราบปัญหา ในการเลี้ยงและการแก้ไข เพื่อถ่ายทอดให้กับ
ราษฎร ในพื้นที่เป้าหมาย
ฐานที่ 11 : ปลาดุก รายละเอียด : ปลาดุกเป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันดี และมีความนิยมบริโภค ในอัตราที่สูง สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงอย่างงดงาม เพียงแต่มีน้ าดี สภาพพื้นที่ดี
มีการเอาใจใส่ดูแลให้อาหารดี รวมทั้งผู้เลี้ยงขยันศึกษาหาความรู้เพื่อประยุกต์ใช้กับกิจการ
ของตน และเพื่อสนองตอบปัจจัยในการเลี้ยงปลาดุกอย่างมีประสิทธิภาพ
ฐานที่ 12 : กบ รายละเอียด : กบ เป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมบริโภคกันมากถือเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพและสามารถนำมาท าอาหารได้หลากหลาย ทั้งนี้คนที่เลี้ยงกบเป็นอาชีพนั้นเริ่มมีมากขึ้นในปัจจุบัน จากที่เคยเพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติก็กลายมาเป็นเชิงพาณิชย์มาก
ขึ้น
ฐานที่ 13 : ปุ๋ยชีวภาพ รายละเอียด : การท าปุ๋ยไว้ใช้เองโดยที่ไม่พึ่งพาสารเคมีทำให้เรามั่นใจได้ว่าปุ๋ยที่เราใส่บำรุงพืชผักที่เราปลูกจะปลอดภัยแน่นอน ซึ่งการทำปุ๋ยนี้นอกจากจะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ปลอดภัยแล้วเรายังสามารถนำมาใช้เป็นกิจกรรมยามว่างร่วมกันภายในครอบครัว หรือ ในชุมชนได้อีกด้วย การทำปุ๋ยโดยมีหลักการคือ เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช และ ให้พืชเลี้ยงเรา
ฐานที่ 14 : บ่อแก๊สชีวภาพ รายละเอียด : เราต่างก็เชื่อว่า “ขี้” เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้นอกจากการกำจัด ในแต่ละปี เราจึงสูญเสียพลังงานทดแทนที่สำคัญไปมากมาย
ในมูลสัตว์มีแก๊สมีเทน ที่มีคุณสมบัติติดไฟ และสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
หรือเชื้อเพลิงในระดับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์และ
ประหยัดรายจ่ายในการจัดซื้อเชื้อเพลิงได้มาก โดยเฉพาะปศุสัตว์หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าสัตว์ อย่างเช่นการเลี้ยงหมู เราก็สามารถสร้าง แก๊สขี้หมู ขึ้นได้เอง
ฐานที่ 15 : เผาถ่าน รายละเอียด : เตาเผาถ่าน 200 ลิตร มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาแบบดั้งเดิมเตา
ประเภทนี้อาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่อยู่ในเตา ทำให้ไม้กลายเป็นถ่าน เรียกว่า
กระบวนการคาร์บอนไนเซชั่น (Carbonization) โครงสร้างเป็นระบบบิด สามารถควบคุม
อากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟของเนื้อไม้ ดังนั้นถ่านที่ได้จึงมีคุณภาพสูง เกิดขี้เถ้าน้อย
และผลพลอยได้จากกระบวนการเผาถ่านอีกอย่างหนึ่งคือ น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar)
องค์ความรู้จากฐานการเรียนรู้ของ นพค.24 สนภ.2 นทพ.
ฐานการเรียนรู้ที่ 8 : หมูหลุม ข้อมูลทั่วไป : เป็นการเลี้ยงสุกรพันธุ์พื้นเมืองเพื่อขายลูกเป็นอาชีพเสริม ที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากสุกรพื้นเมืองเป็นสัตว์ ที่เลี้ยงง่าย มีความทนทานต่อโรคสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภค นำมาเลี้ยงภายในคอกที่ขุดเป็นหลุมลึก 90 ซ.ม.ที่สามารถเก็บปุ๋ยที่เกิดจากมูลสุกรผสมแกลบ ผสมน้ำหมักที่ใช้ลดกลิ่น ตลอดจนเศษวัชพืช
หรือพืชที่เหลือจากการทำการเกษตรวัตถุดิบที่ต้องใช้ : พื้นที่สร้างคอกต่อ 1 หลุม ขนาด 2x3x0.5 เมตร, แกรบ, ใบไม้แห้ง, เกลือ, EM
ขั้นตอนและวิธีทำ
1.ทำคอกขนาด 2 X 3X0.5 ม. ปูพื้นด้วยแกลบ หรือใบไม้แห้ง ใส่เกลือ เพื่อให้หมู
คุ้ยหาดินโป่ง ในกรณีมีมากกว่า 1 คอกให้ตีไม้กั้นระหว่างคอกเป็นแนวตั้ง 4 ด้าน ป้องกันการปีนป่ายหนีออกนอกคอก
2.ปล่อยแม่พันธุ์ และพ่อพันธุ์ คอกละ 1 ตัว เมื่อเป็นสัด ก็ให้ผสมพันธุ์ และระวังมิให้เกิดการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด หมูจะอ่อนแอ
3.ให้อาหาร ต้มในถัง 200 ลิตร ผสมคือ ต้มกล้วยสับ + ผัก ตบชวา และเศษอาหาร ร า หรือเศษแป้งมัน ต้มวันละ 2 ถัง (1 ถัง หมูหลุม เป็ด ไก่ กินด้วยกัน) ลงทุนถังละ 30 บาท (ร า 10 บาท หัวอาหาร 20 บาท)
4.หมูพื้นเมืองจะคลอดเองตามธรรมชาติ(ห้ามเข้าใกล้เพราะหวงลูก) จำนวน 4 – 12 ตัว ต่อครั้งเวลา 1 ปี ให้ผลผลิตประมาณ 2 – 3 รุ่น ต่อแม่พันธุ์ 1 ตัว
ต้นทุนวัตถุดิบ
1. คอกหมูหลุมพร้อมวัสดุรองพื้นหลุม 6,000 บาท
2. หมูพ่อแม่พันธุ์ ตัวละ 1,700 บาท
ระยะเวลาดำเนินการ : 3 เดือน /รุ่น
รายได้/กำไร จากการดำเนินกิจกรรม (ต่อแม่สุกร 1 ตัว)
– ต้นทุนครั้งแรก 7,700 บาท
– แม่สุกร 1 ตัว ออกลูกเฉลี่ย 8 ตัว/รุ่น (เฉลี่ย 3 รุ่น ต่อ 1 ปี)
– ขายลูกหมูหย่านม ตัวละ 500 บาท
– รายรับ 4,000 บาท ต่อ 1 รุ่น 12,000 บาท/ปี
– มูลสุกร 3,000 ก.ก./หลุ่ม ขาย ก.ก.ละ 1 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท ต่อการเก็บ 1 ครั้ง
รวมรายได้เฉลี่ย 15,000 บาท/แม่สุกร 1 ตัว/ 1 ปี

แสดงความคิดเห็น