สุรินทร์-จัดเวทีมหกรรมที่อยู่อาศัยชนบท

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีมหกรรมที่อยู่อาศัยชนบท เพื่อแลกเปลี่ยนการจัดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท เนื่องในกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันนี้วันที่ 29 ต.ค.2561 61 ที่ห้องประชุมลานช้าง คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) เพื่อจัดเวทีนำเสนอผลการแก้ไขปันหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยขบวนชุมชนท้องถิ่น โดยมี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ โดยกำหนดหัวข้อหลักว่า Housing For All : World Habitat Day Thailand 2018 “สร้างไทยไปด้วยกัน” สร้างบ้าน สร้างชุมชน ไทยทุกคนมั่นคง เข้มแข็ง พร้อมนำเสนอพื้นที่รูปธรรม การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบท ผ่านโครงการบ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท และบ้านพอเพียงชนบท เพื่อเปิดพื้นที่สู่สาธารณะเพื่อสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาของเมือง การเข้าถึงสิทธิ์ รวมถึงการนำเสนอข้อมูล

ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ 32 ชุมชน หลายแห่งมีสภาพความเป็นอยู่ไม่ต่างจากชุมชนแออัด หรือสลัมตามเมืองใหญ่ทั่วไป โดยชาวบ้านสร้างบ้านตามกำลังเพื่ออาศัยตามที่ดินรกร้างและกำแพงเมืองเก่า แต่จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของคนชุมชนหนองบัวจำนวน 200 ครอบครัว ที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีบ้านที่มั่นคง สาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม และการรวมกลุ่มในรูปแบบต่างๆ เพื่อดูแลซึ่งกันและกัน รูปธรรมนี้ได้นำไปสู่การเรียนรู้เพื่อขยายผลไปอีก 11 ชุมชน และกำลังพัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนเมืองทุกชุมชนในเขตเมือง

การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ เริ่มต้นที่ชุมชนหนองบัวเมื่อปี 2548 ที่มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินเนื่องจากอาศัยอยู่ในที่สาธารณะ เดิมไม่กล้าลุกขึ้นมาปรับปรุง เนื่องจากการอยู่อาศัยบนที่ดินไม่มีความชัดเจน แต่เมื่อมีหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น เข้ามาหนุนเสริม ทำให้ชาวบ้านพร้อมที่จะลุกขึ้น จนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อชุมชนหนองบัวเริ่มตั้งหลัก ก็สามารถขยับไปสู่การขยายผลอีก 11 ชุมชน ที่มีความเดือดร้อนในความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยเหมือนกัน

การแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์นั้น มีหลายลักษณะแตกต่างกันไปตามบริบทเงื่อนไขของชุมชน บางชุมชนมีบ้านเรือนที่ดีแล้ว บางชุมชนบ้านก็ไม่สามารถปรับปรุงได้  อย่างที่ชุมชนศรีบัวราย, ชุมชนเทศบาลอนุสรณ์,ที่อยู่ตามอัตภาพ แต่ว่าทุกคนอยากมีความมั่นคงในที่ดินเหมือนกัน ก็เริ่มขยับจากเรื่องบ้านไปสู่เรื่องงานสวัสดิการชุมชน

ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนใน 23 ชุมชน จำนวน 2,011 คน มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนั้นก็มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนขึ้นตามมาเพื่อให้เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงทุกชุมชนแก้ปัญหาร่วมกันการแก้ปัญหาเรื่องบ้าน เราไม่ได้ทำเฉพาะเรื่องบ้านเพียงอย่างเดียว เราทำเรื่องการจัดการขยะ ที่เป็นปัญหาสำคัญของเมืองสุรินทร์  มีการทำโรงปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเป็นการนำเงินจากชุมชนต่างๆ มาร่วมกันทำ และร่วมมือกับทางเทศบาลนำขยะเปียกเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ย ทำให้เกิดรายได้ และกระจายปุ๋ยไปสู่เครือข่ายชุมชนในชนบทที่ทำเกษตรอินทรีย์ และรวมถึงเชื่อมโยงกับหน่วยงานให้มาสนับสนุนการทำงานด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย การทำเรื่องเด็กรักการอ่าน กล่องหนังสือเดินทาง มีกลุ่มเยาวชนที่เชื่อมกันทั้งเมืองเพื่อมาทำเรื่องสื่อที่จะขยับกันต่อไป

 “13 ปีที่ผ่านมา ถือว่าชุมชนประสบความสำเร็จ ชุมชนแออัดถูกแก้ไข คนมีคุณภาพชีวิตดี จากที่ต่างคนต่างอยู่ ก็มีการออมทรัพย์ มีสวัสดิการ มีการประชุม แลกเปลี่ยนปัญหาของแต่ละชุมชน ปัญหาที่อยู่อาศัยลดน้อยลง มีความกล้าที่จะเจรจาเช่าที่จากหน่วยงาน ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องวิตกกังวลกับการถูกไล่รื้อ ซึ่ง ณ ตอนนี้เราก็กำลังมีการผลักดันเรื่องกรรมสิทธิ์ร่วมของชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน และมีโจทย์ท้าทายที่จะทำต่อไปคือเรื่องภาระหนี้สินของครัวเรือน”เช่น บ้านมั่นคงชุมชนหมอกวน เทศบาลเมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ย่านชานเมืองสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อเมืองได้ขยายมาถึงชุมชนจึงทำให้เกิดภาวะการอพยพของคนจากภายนอกเข้ามาในเมืองและเช่าบ้านของคนในชุมชนอยู่เพื่อทำงาน ไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง มีครอบครัวขยายเพิ่มมากขึ้น

จึงเห็นว่าควรจะเริ่มจากกลุ่มที่เป็นไปได้ก่อน จึงเริ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์เมื่อเดือนมีนาคม 2548 ปัจจุบันมีสมาชิก 194 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับโครงการบ้านมั่นคงครั้งนี้ 51 ราย ส่วนที่เหลือต้องการออมทรัพย์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนให้มีเงินออมทรัพย์มากขึ้น และในอนาคตอาจต้องการเงินจากกลุ่มไปซ่อมแซมบ้าน ให้มีความมั่นคงต่อไป

นั่นเป็นตัวอย่างของชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ที่เข้าสู่การพัฒนาตามแนวทางบ้านมั่นคง จากจุดเริ่มต้นที่ชุมชนหนองบัวเมื่อปี 2548 จนถึงปัจจุบันเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมมือกับท้องถิ่นท้องที่ และภาคีต่างๆ สามารถแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวน 11 ชุมชน 1,089 ครัวเรือน ประกอบด้วย ชุมชนหนองบัว 200 ครัวเรือน,ชุมชนศรีบัวราย 157 ครัวเรือน, ชุมชนประทุมเมฆ-ชุมชนศรีผไทสมันต์-ชุมชนศรีจุมพล 160 ครัวเรือน, ชุมชนบ้านถนน 87 ครัวเรือน, ชุมชนโดนไข 87 ครัวเรือน, ชุมชนเทศบาลอนุสรณ์ 259 ครัวเรือน, ชุมชนพรหมเทพ 88 ครัวเรือน  ชุมชนหมอกวน 51 ครัวเรือน และสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงสุรินทร์ จำกัด169ครัวเรือน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)

นางสาวสุดใจ  มิ่งพฤษ์  ผู้ประสานงานโครงการเมืองมั่นคง จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า การดูและช่วยเหลือชุมชนต้องร่วมกับช่วยเหลือดูและซึ่งกันและกัน ที่พักอาศัย การกำจัดขยะมูลฝอย ความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ทุกคนในชุมชนต้องช่วยกันดูและ พร้อมเรื่องที่อยู่อาศัยที่ดิน การทำกินเพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

นายธีรพงศ์  พร้อมพอชื่นบุญ  ผอ.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกถึงมาจัดเวทีมหกรรมที่อยู่อาศัยชนบท เพื่อแลกเปลี่ยนการจัดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท เนื่องในกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับทราบข้อมูลในการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไป ในเรื่องขอที่อยู่อาศัย และที่ดิน และปัญหาขยะในชุมชน  พร้อมทั้งการดูและผู้สูงอายุ…../

แสดงความคิดเห็น