ชาวบ้านหนองเหล็ก จังหวัดศรีสะเกษ ภาคภูมิใจ เปิดบ้าน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

ชาวบ้านหนองเหล็ก จังหวัดศรีสะเกษ ภาคภูมิใจ เปิดบ้าน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เชิญชมต้นหม่อนพันธุ์ อายุ 145 ปี กับอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน อาชีพสาวไหม ทอผ้าไหม สร้างรายได้ให้ชุมชน เชิญมาเที่ยวบ้านฉัน

ค่ำของวันที่ 29 ตุลาคม 2561 เวลา 17.30 น. ที่ วัดบ้านหนองเหล็ก ตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายนนทวัฒน์ โพธิ์ขาว พัฒนาการอำเภอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนากร ชาวบ้านหนองเหล็ก ผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน บ้าน – วัด – โรงเรียน ได้ร่วมกันออกแบบพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ จากตำนานหนองเหล็ก ที่มีคนโบราณพบว่าหนองแห่งนี้มีแร่เหล็ก ที่สามารถนำมาตีมีด ตีจอบ เสียม เครื่องมือทางการเกษตรได้ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองเหล็ก กับอาชีพ ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ทอผ้าไหม เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งได้มีการสืบทอดอาชีพนี้กันมานานมาก นับเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งจะพบเห็นได้ว่า มีปรากฎต้นพันธุ์หม่อนที่ชาวบ้านปลูกไว้ตั้งแต่อดีตคนสมัยก่อน วันนี้มีอายุ 145 ปีแล้ว แต่ยังคงออกใบ มาให้ชาวบ้านเก็บไปเลี้ยงตัวไหม กับชาวบ้านที่มีความรัก ความสามัคคี อยู่กันอย่างสงบ ร่มเย็น โอบอ้อมอารีย์ซึ่งกันและกัน จึงทำให้ผู้คนอยากที่จะเดินทางมาเที่ยวชมหมู่บ้าน มานอนพักค้างคืนกับชาวบ้าน มาเรียนรู้การทอผ้าไหม การเลี้ยงหม่อนไหม และซื้อผ้าไหมจากหมู่บ้านนี้ไปเป็นของฝาก นำไปจำหน่ายขายต่อ และจากเดิมที่ชาวบ้านส่วนหนึ่ง นำผ้าไหมเดินทางไปจำหน่ายยังเมืองใหญ่ แต่วันนี้ ภายหลังจากพัฒนการอำเภอ และทีมงาน ได้เข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างนวัตวิถี ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดหมู่บ้านออกสู่โลกภายนอก เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่โดดเด่น  วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียนง่าย อากาศดีเป็นที่หนึ่ง เชื่อว่าจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จากนักเล่าเรื่อง จากผู้ที่ต้องการผ้าไหมที่สวยงามเดินตามรอยมา ซึ่งวันนี้ได้มี นายสุริยา บุตรจินดา นายอำเภออุทุมพรพิสัย เดินทางมาเป็นประธานเปิด ด้วย

นายสุริยา บุตรจินดา นายอำเภออุทุมพรพิสัย กล่าวว่า หมู่บ้านหนองเหล็ก ตำบลอีหล่ำ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้าน ที่พวกเราชาวอำเภออุทุมพรพิสัย มีความภาคภูมิใจ ในการนำเสนอยกฐานะขึ้นมาเป็น ชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถี เป็นหมู่บ้านที่มีความพร้อม ทั้งศักยภาพของคนในชุมชน ของการมีอาชีพที่ยั่งยืนเป็นตำนานของหมู่บ้าน อาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ที่มีต้นหม่อน อายุมากกว่า 145 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องบอกต่อไปสู่ลูกหลาน ถึงความภาคภูมิใจของคนนับตั้งสมัยก่อน ที่สืบทอดอาชีพมาสู่ลูกหลานได้มีรายได้ในทุกวันนี้ เพราะหากเปิดหมู่บ้านออกสู่ชาวโลกได้แล้ว สิ่งที่จะตามมาก็คือ จากเดิมที่ชาวบ้านได้หอบผ้าไหมไปเร่ขายตามจังหวัดต่างๆ ยังเมืองใหญ่ เมืองหลวง เมืองทองธานี และที่อื่นๆ ต่อจากนี้ไป ชาวบ้านก็จะไม่ต้องลำบากขนผ้าไหมไปเร่ขายอีกแล้ว จะมีนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาตามรอยสินค้าของเรา มายังหมู่บ้านของเรา มาเที่ยว มาซื้อผ้าไหม มานอนพักแบบโฮมสเตย์ เพราะวันนี้หมู่บ้านของเรา คือ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่ชาวบ้านผ่านการอบรมในเรื่องการต้อนรับการทำอาหาร การดูแลนักท่องเที่ยว การดูแลชุมชนให้สะอาด น่าอยู่ น่าพักผ่อนกันหมดแล้ว ต้องขอขอบคุณ พัฒนาการอำเภอ และทีมงาม ที่ได้ช่วยชุมชนได้พัฒนา สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ไว้ตลอดไป

แสดงความคิดเห็น