สุรินทร์-ตำนานผักลืมผัว

ผักลืมผัวที่นำมาจิ้มกินกับป่นน้ำพริกกบนา เป็นกบธรรมชาดที่หายาก ที่ชาวบ้านพากันไปวางเบ็ดหาปลาหากบนา พอได้กบนามาก็จะนำมาให้แม่บ้านนำกบมาย่างไฟ และนำมาตำให้ป่น แล้วผสมกับพริกอ่อนนำมาย่าง หัวหอม กระเทียมที่ย่างไป ผักแขยงที่มีกลิ่นหอม เหยาะน้ำปลาร้าไปนิดหนึ่ง  เสร็จแล้วปรุงรสชาติตามใจชอบ จะเปรียว หวานเค็ม นำมาตำรวมกันจิ้มกินกับผักลืมผัว มีรสแซบ จนเมียกินจนผักจิ้มจนหมด ลืมผัวไม่ได้กินจนเป็นที่มาของผักลืมผัว

            ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า  ชาวบ้านในเขต อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์  ทั้งเด็กๆที่ปิดเทอม และผู้ใหญ่ว่างเว้นจากการทำงานปกติแล้ว  ตอนหัวค่ำก็จะพากันไปหาใส่เบ็ดหากบนา หาปลาตามลำห้วยมาทำกับข้าว และที่เหลือแบ่งขายให้ชาวบ้านด้วยกันเป็นรายได้เสริม

ในแต่ละวัน โดยเหยื่อที่ใช้ในการเป็นเหยื่อตกเบ็ดก็คือใส้เดือนดิน ชาวบ้านก็ขุดหาใส้เดือนดินตามสวนตนเองเพื่อเอาใส้เดือนดินเป็นเหยื่อตกปลา หรือใส่เบ็ดกบนา

อย่างเช่น ครอบครัวขชอง นายเน็น  พิมพ์สิงห์ อายุ 42 ปี อาชีพช่างก่อสร้าง  ยามว่างเว้นจากการทำงานตอนหัวค่ำก็ออกไปหาใส่เบ็ดกบนา  ใส่เบ็ดกบ ปลาตามลำห้วย  วันนี้ได้กบนามาด้วย ก็นำกบนามาให้ภรรยาย่างบนเตาถ่าน แล้วตำพริกแห้งโขลกด้วยพริกอ่อนย่าง หัวหอม กระเทียม ผักกะแหยงที่มีกลิ่นหอม ใส่น้ำปลาร้าเหยาะไปนิดหนึ่ง แล้วปรุงรสด้วยเครื่องรสเค็มหวานเปรี้ยวตามใจชอบ โขลกเข้าด้วยกัน จิ้มด้วยผักลืมผัว ที่เก็บมาจากท้องทุ่งนา

นายเน็น  บอกว่า รสชาติอร่อยของแซ่บอิสาน นานๆจะได้กินป่นกบนาย่างสักครั้งหนึ่ง เพราะกบนาธรรมชาติหายากมาก จิ้มด้วยผักลืมเมียแซ่บ..สุดๆเลย

ถ้าจะไปถามภรรยาของนายเน็น คงจะบอกว่า ถามเมีย เมียก็คงจะบอกผักลืมผัว

ตำนานผักลืมผัว เมียเคยจิ้มป่นน้ำพริกด้วยผักตัวนี้มันอร่อยจนกินผักไปหมด  ลืมทิ้งไว้ให้ผัวได้กิน จนชาวบ้านในสมัยก่อนนั้นเขาจึงตั้งฉายาชื่อว่า “ผักลืมผัว”ครับ มาวันนี้ผัวจิ้มน้ำพริกด้วยผักนี้บ้าง ก็เลยบอกได้เลยว่ามีรสแซบนัวอย่าบอกใครเลย…../

แสดงความคิดเห็น