หิ้วตัวนายศักดิ์ ลูกเขยนายเก้า ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่าฆ่าพ่อตาจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ หิ้วตัวนายศักดิ์ ลูกเขยนายเก้า ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่าฆ่าพ่อตาจริง ก่อนทิ้งไว้กลางป่าสาธารณะ หลังองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ แค้นที่ดุด่าได้ทุกวัน ทั้งตนและภรรยา

บ่ายของวันที่ 24 ตุลาคม 2561 เวลา 13.30 น. พันตำรวจโท ธนภัตร จันขาว หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีฆ่าโหดนายเก้า หรือ นายสุรินทร์ นันทนา อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 บ้านโพธิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เดินทางมาทำหามาประกอบอาชีพปั่นสามล้อในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ และหาเศษไม้ในป่าสาธารณะเผาถ่านขาย โดยที่เมื่อบ่ายวานนี้ ( 24 ตค.2561 เวลา 19.30 น.) มีชาวบ้านไปพบนายเก้า เป็นศพนอนอยู่ในป่าสาธารณะหลังองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ สภาพศพใบหน้าเละเหมือนถูกตีด้วยของแข็ง และพบจอบพร้อมด้ามยาวกว่า 1 เมตร ตกอยู่ข้างๆ ศพนายเก้า ที่นอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตาเผาถ่าน พร้อมกับมีดดาบยาว สองเล่มตกอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานไปครบถ้วนแล้ว พร้อมกับนำตัว นายศักดิ์ หรือ นายสัจจา ชมจูมจัง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเดียวกันกับนายเก้า เพราะเป็นลูกเขยนายเก้า ที่มาอยู่อาศัยเป็นสามีของ นางถิน ตามบุญ แม่ยาย โดยอยู่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ภายหลังจากที่สอบสวนนานครึ่งวัน นายศักดิ์ ยอมเปิดปากให้การรับสารภาพ ว่าฆ่านายเก้า จริง ด้วยแค้นใจมานาน อยู่บ้านเดียวกัน ก็ถูกนายเก้า บ่นให้ทุกวันว่าตนไม่ทำงาน พูดส่อเสียดไปมาถูกวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้นำตัวนายศักดิ์ หรือ นายสัจจา ชมจูมจัง ผู้ต้องคดีฆ่าโหดนายเก้า มายังที่เกิดเหตุป่าสาธารณะหลังองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ เพื่อจัดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากที่นายศักดิ์ ปั่นรถจักรยานมาจอดไว้ด้านหน้าปากทางเดินเท้าลงไปยังจุดที่นายเก้า กองดินเผาถ่านอยู่ ซึ่งหากนายเก้า มาเผาถ่าน จุดสังเกตุง่ายๆ ก็คือ จะพบรถสามล้อที่นายเก้า ปั่นรับจ้างอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ จอดอยู่ด้านหน้าปากทางประจำ ซึ่งเมื่อนายศักดิ์ เดินลงไปที่เตาเผาถ่าน นายเก้า ก็ร้องดุด่าทันทีโดยยังไม่ได้สอบถามอะไร โดยบ่นว่า มาทำอะไร มาช่วยเหรอ วันนี้ท่าฝนจะตกหนัก อะไรประมาณนี้ เป็นคำพูดที่ส่อเสียด ถากถางตลอดเวลา ทำให้นายศักดิ์ ซึ่งที่เดินทางมาด้วยความแค้นสะสมอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มขึ้น จึงวิ่งเข้าไปชกไปที่ใบหน้าของนายเก้า นายเก้า ล้มลง จากนั้นก็คว้าเอาจอบที่นายเก้า ใช้ในการกองดินถมฟืนเผาถ่าน กระหน่ำตีไปที่ศรีษะ ใบหน้าของนายเก้า โดยไม่ได้นับว่ากี่ครั้งที่ตี เพราะโกรธแค้นมาก จากนั้นเห็นว่านายเก้าแน่นิ่งไปก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะช่วงนั้นมืดค่ำแล้ว ก็วางจอบทิ้งเอาไว้ แล้วเดินออกจากป่ามา จับรถจักรยานของตน ปั่นเข้าไปบ้านไปอาบน้ำ ก่อนที่จะปั่นจักรยานไปบ้านโนนกอง ไปซื้อเหล้าขาวดื่ม จนมีชาวบ้านเขาคุยกันว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูศพนายเก้า ที่ถูกฆ่าในป่า นายศักดิ์ จึงปั่นรถจักรยานมาดูด้วย ซึ่งได้มีกู้ภัยฯ นำไฟฟ้ามาส่องสว่าง จึงเห็นว่านอนตายจริงใบหน้าเละจริง แต่ตนก็ไม่ได้บอกอะไรกับใคร กลับไปนอนบ้าน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปสอบสวน จึงรับสารภาพว่าฆ่านายเก้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองศรีสะเกษ ภายหลังจากนำตัวนายศักดิ์ ผู้ที่รับว่าฆ่านายเก้า จริง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ก็ได้นำตัวกลับไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เมื่อบันทึกปากคำ บันทึกประวัติคนร้าย ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แสดงความคิดเห็น